
ครม.ต่อเวลายกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานชายแดนใต้ 5 ปี หนุน 683 แห่ง
มาตรการครอบคลุมโรงงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอสงขลา รักษาฐานการผลิตและงาน 15,000 ตำแหน่ง แม้รัฐจัดเก็บรายได้ลดลง 13.28 ล้านบาท
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเวลา 5 ปี
- มาตรการดังกล่าวครอบคลุมโรงงาน 683 แห่งในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา
- มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ รักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน และสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจในพื้นที่
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีสัญจรจังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย เป็นเวลา 5 ปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยลดต้นทุน รักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนประกอบธุรกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้ช่วยเฉพาะการลดต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ยังสนับสนุนการลงทุนและการขยายกิจการ รักษาฐานการผลิต ตลอดจนสร้างงาน อาชีพ และรายได้ให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
กระทรวงอุตสาหกรรมประเมินว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้จะทำให้รัฐจัดเก็บรายได้ลดลงประมาณ 13.28 ล้านบาท แต่คาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งการรักษาธุรกิจเดิม ลดแรงจูงใจในการย้ายฐานการผลิต และดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่พื้นที่
ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้เป็นการต่ออายุมาตรการเดิมซึ่งสิ้นผลบังคับเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 จึงกำหนดให้ฉบับใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง โดยนับเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 4
ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงจะเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมายก่อนมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลคาดหวังให้ภาคการผลิตยังคงเป็นแหล่งสร้างงานและรายได้ ช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน และเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ระยะยาว
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการครอบคลุมผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และโรงงานจำพวกที่ 3 ทุกขนาดในพื้นที่เป้าหมาย โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หลายรายการ
ค่าธรรมเนียมที่ได้รับการยกเว้น ประกอบด้วย ค่าใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ค่าอนุญาตขยายโรงงาน ค่าออกใบแทนและโอนใบอนุญาต ตลอดจนค่าธรรมเนียมการแจ้งลดหรือเพิ่มเครื่องจักร การเพิ่มพื้นที่หรือก่อสร้างอาคารโรงงาน และค่าธรรมเนียมรายปีที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันมีโรงงานอยู่ในข่ายได้รับประโยชน์รวม 683 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตก่อนประกอบกิจการ 666 แห่ง และโรงงานจำพวกที่ 2 ซึ่งต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนดำเนินกิจการ 17 แห่ง มีการจ้างงานรวมประมาณ 15,000 คน







