
ปปป.รวบ “นายกเฮง” พร้อมพวก ปมเรียกเงินวิ่งเต้นสอบท้องถิ่น
ตำรวจปปป.จับอดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทยและเจ้าหน้าที่ อบต. หลังผู้เสียหายร้องถูกเรียกเงิน 6.5 แสนบาท อ้างช่วยสอบบรรจุท้องถิ่น ก่อนสอบไม่ผ่านและไม่ได้คืนเงิน
KEY
POINTS
- ตำรวจ ปปป. จับกุม "นายกเฮง" อดีตนายก อบต. ที่ จ.ศรีสะเกษ พร้อมพวก ในข้อหาเรียกรับเงินเพื่อช่วยวิ่งเต้นสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น
- ผู้ต้องหาอ้างว่ามีโควตาพิเศษและสามารถช่วยให้สอบผ่านได้ โดยหลอกลวงผู้เสียหายให้จ่ายเงินรวมกว่า 650,000 บาท แต่สุดท้ายสอบไม่ผ่านและไม่ได้รับเงินคืน
- เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่าย "หัวสาย" ที่ทำหน้าที่รวบรวมผู้สมัคร ซึ่งอาจมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากและเชื่อมโยงกับการสอบหลายครั้ง
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลตองปิด
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ในพื้นที่ ต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ
คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายร้องเรียนว่า ถูกชักชวนให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยมีการกล่าวอ้างว่านายประวิทย์มี “โควตาพิเศษ” และสามารถช่วยวิ่งเต้นให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุได้
ผู้เสียหายจึงทยอยจ่ายเงิน เริ่มจากเงินมัดจำ 100,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 270,000 บาท แต่สุดท้ายสอบไม่ผ่าน ต่อมาในการสอบท้องถิ่นปี 2568 ผู้เสียหายถูกชักชวนให้สมัครอีกครั้งและจ่ายเงินเพิ่มเติม ทำให้ความเสียหายรวมเป็น 650,000 บาท แต่ยังสอบไม่ผ่านและไม่ได้รับเงินคืนตามที่ทวงถาม
เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่า รูปแบบการชักชวนอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่าย “หัวสาย” ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมผู้สมัครเข้าสู่ระบบ โดยพบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้สมัครประมาณ 5,000 คน และหัวสายราว 110 ราย รวมถึงบุคคลที่ทำหน้าที่ชักชวนผู้สมัครตั้งแต่การสอบช่วงปี 2567 เชื่อมโยงถึงการสอบท้องถิ่นปี 2568
พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบเครือข่ายและเส้นทางการเงินต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด







