
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาดปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย.นี้
ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตรวจบัตรเลือกตั้ง หลังถูกร้องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดอาจกระทบการลงคะแนนลับ ก่อนนัดอ่านคำวินิจฉัย 28 ก.ย. 2569 เวลา 14.00 น.
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ
- ศาลฯ ได้ดำเนินการไต่สวนพยานและตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรเลือกตั้งเพื่อประกอบการพิจารณา
- ศาลฯ กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติเพื่อวินิจฉัยคดีในวันที่ 28 กันยายน 2569
เมื่อวันที่ 26สิงหาคม 2569 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวสำคัญว่า ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมตรวจสอบบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า การพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้ตรวจสอบตัวตนและผลลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิ จนกระทบหลักการลงคะแนนโดยลับหรือไม่
คดีนี้สืบเนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนรวม 22 คำร้อง ก่อนยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามมาตรา 213 โดยผู้ร้องเห็นว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา รวมถึงบทบัญญัติที่รับรองสิทธิ เสรีภาพ และหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีเหตุจำเป็นต้องออกเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกศาล จึงมอบหมายให้นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัตรที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป โดยเปิดให้คู่กรณีเข้าร่วมตรวจสอบ
ศาลยังไต่สวนพยานบุคคล 5 ปาก ได้แก่ นายแสวง บุญมี นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ นายภาคภูมิ ภอดม และนางกัญญาณัฐ พิกลทอง ก่อนมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นแถลงการณ์ปิดคดีภายในวันที่ 11 กันยายน 2569
ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดประเด็นที่จะพิจารณาวินิจฉัย และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ก่อนนัดฟังคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาพร้อมถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียง โดยอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเข้าร่วมรับฟังภายในห้องพิจารณาคดี







