
ปชป.เปิด 5 ปม สสว. จี้สอบโครงการ SME 994 ล้าน โปร่งใสหรือไม่
“การดี เลียวไพโรจน์” เปิดไทม์ไลน์ 5 ข้อสังเกตโครงการ SME วงเงิน 994 ล้านบาท ตั้งคำถามกระบวนการคัดเลือก พร้อมเดินหน้าตรวจสอบผ่านกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์ตั้ง 5 ข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในโครงการ SME ของ สสว. มูลค่า 994 ล้านบาท หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ถูกตัดสิทธิ์
- ข้อสงสัยสำคัญประกอบด้วยการล็อกสเปกผู้ชนะล่วงหน้า การตัดสิทธิ์คู่แข่งด้วยเหตุผลทางธุรการ และการลงนามในสัญญาก่อนที่จะแจ้งผลการอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ
- ปชป. เตรียมยื่นเรื่องให้กรรมาธิการตรวจสอบ เรียก สสว. ชี้แจง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินของโครงการทั้งหมด
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเปิดเผยไทม์ไลน์และข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงินรวม 994 ล้านบาท ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม e-Commerce และ Live-Commerce รวมถึง Marketplace & Open Commerce Network หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก
การดีระบุว่า จากเอกสารทางราชการพบลำดับเหตุการณ์สำคัญ เริ่มจากการประกาศเชิญชวนรอบแรกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ก่อนจะไม่มีผู้ผ่านการคัดเลือก และเว้นช่วงกระบวนการราว 3 เดือน กระทั่งเปิดรับข้อเสนอรอบใหม่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2569
ต่อมา วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สสว. แจ้งตัดสิทธิ์มหาวิทยาลัยศิลปากรจากโครงการมูลค่า 499 ล้านบาท ในคืนก่อนวันนำเสนอผลงาน โดยมหาวิทยาลัยได้ยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 1 กรกฎาคม แต่ไม่ได้รับโอกาสนำเสนอ ก่อนที่ สสว. จะประกาศผลผู้ชนะโครงการ Live-Commerce ในวันที่ 3 กรกฎาคม และลงนามสัญญากับผู้ได้รับคัดเลือกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ขณะที่หนังสือแจ้งผลอุทธรณ์อย่างเป็นทางการส่งถึงผู้ร้องในวันที่ 31 กรกฎาคม
การดีตั้งข้อสังเกต 5 ประเด็น ได้แก่
1.การกำหนดผู้ชนะไว้ล่วงหน้าหรือไม่ หลังมีข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งได้รับมอบหมายให้จัดทำร่าง TOR ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ก่อนเปิดประกวด และต่อมาได้รับคัดเลือกทั้ง 2 โครงการ
2.การนำเอกสารข้อเสนอโครงการของผู้แข่งขันไปตรวจสอบนอกสถานที่ก่อนประกาศเชิญชวนอย่างเป็นทางการ 47 วัน พร้อมตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ของการดำเนินการดังกล่าว
3.การตัดสิทธิ์มหาวิทยาลัยศิลปากรจากการตีความถ้อยคำในหนังสือมอบอำนาจ ทั้งที่ระบุว่า “คนใดคนหนึ่ง” สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนกันได้ และเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องทางธุรการที่ควรเปิดโอกาสให้แก้ไข
4.รายงานการติดต่อกดดันให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการถอนอุทธรณ์ จนต้องเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ
5.การลงนามสัญญากับผู้ได้รับคัดเลือกก่อนแจ้งผลอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ ทำให้กระบวนการอุทธรณ์ไม่มีผลในทางปฏิบัติ
แม้ สสว. จะออกเอกสารชี้แจงยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างโปร่งใสและปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซง การดีย้ำว่า สิ่งที่สังคมต้องการคือการตรวจสอบโดยกลไกที่เป็นกลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้งบประมาณของรัฐ
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมดำเนินการ 5 แนวทาง ได้แก่ เสนอเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เรียก สสว. ชี้แจง เปิดเผยคะแนนรายกรรมการทุกโครงการ ติดตามคดีที่อยู่ในชั้นตำรวจ ผลักดันการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้มีมาตรฐานใกล้เคียงระบบ e-bidding และเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินของโครงการ รวมถึงสัญญาจ้างช่วงและผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยที่สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว.
แหล่งที่มา : การดี เลียวไพโรจน์ - Karndee Leopairote







