
ดร.ณัฏฐ์ แนะ "แก้วตาธิษณา" แจ้งความคดีคุกคามทางเพศ ช่วยฟ้องให้ฟรี
ดร.ณัฏฐ์ ระบุคดีคุกคามทางเพศต้องดำเนินคดีอาญา หากยังอยู่ในอายุความ พร้อมเสนอยื่นช่วยเหลือฟรี และเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการเรี่ยไรเงินกองทุนสู้คดีที่อาจผิดกฎหมาย
KEY
POINTS
- ดร.ณัฏฐ์ แนะนำให้ น.ส.ธิษณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) แจ้งความดำเนินคดีกรณีถูก สส. ในพรรคเดียวกันคุกคามทางเพศ
- ดร.ณัฏฐ์ ประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ผ่านกลุ่มบริษัทกฎหมายในเครือ OMNIX
- ชี้ว่าแม้คดีอาจหมดอายุความในบางข้อหา แต่ยังสามารถดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองตรวจสอบอย่างโปร่งใส
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ "ดร.ณัฏฐ์" นักกฎหมายมหาชน แสดงความคิดเห็นกรณีที่ น.ส.ธิษณา ชุณหะวัณ หรือ "แก้วตา" อดีต สส.พรรคประชาชน เปิดเผยว่าเคยถูก สส.ร่วมพรรคคุกคามทางเพศ และผู้บริหารพรรครับรู้แต่ขอให้เก็บเรื่องไว้เป็นความลับ
ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า ปัญหาการคุกคามทางเพศเป็นภัยร้ายแรงที่ผู้หญิงจำนวนมากไม่กล้าเปิดเผย เพราะเกรงผลกระทบต่อชีวิตและชื่อเสียง โดยเฉพาะหากผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ควรได้รับการดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมอ้างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เคยวางหลักว่า คดีลักษณะนี้ผู้เสียหายมักไม่เปิดเผยทันทีเพราะเป็นเรื่องน่าอับอาย หากคำให้การมีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ ศาลสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
อย่างไรก็ตาม ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า หากการกระทำเข้าข่ายความผิดอันยอมความได้และพ้นอายุความแล้ว จะไม่สามารถดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าวได้ แต่หากยังมีความผิดฐานอื่น เช่น ความผิดต่อเสรีภาพหรือการกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งยังอยู่ในอายุความ ก็ยังสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละคดี
ดร.ณัฏฐ์ ยังประกาศความพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศ หรือผู้ที่เห็นว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ผ่านกลุ่มบริษัทกฎหมายในเครือ OMNIX หากผู้เสียหายประสงค์จะขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการดำเนินการของพรรคการเมืองต่อกรณีร้องเรียนเรื่องการคุกคามทางเพศ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส หากมีข้อเท็จจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ในอีกประเด็นหนึ่ง ดร.ณัฏฐ์ กล่าวถึงกรณีการระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเพื่อช่วยเหลืออดีตกรรมการการเลือกตั้งรายหนึ่งที่กำลังต่อสู้คดี โดยระบุว่า ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครองให้ตรวจสอบว่าการเรี่ยไรดังกล่าวได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่
ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า หากเป็นการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือใช้รูปแบบกองทุนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เป็นข้อกล่าวอ้างและการตีความทางกฎหมายของผู้ให้สัมภาษณ์ ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ พร้อมเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังก่อนร่วมบริจาคเงินผ่านช่องทางดังกล่าว.







