
พงษ์สวาทยื่นลาออกปลัดยุติธรรม หลังครม.โยกนั่งที่ปรึกษานายกฯ
พงษ์สวาทยื่นลาออกจากราชการ หลังครม.มีมติโอนย้ายเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรมย้ำปรับตามวงรอบ ไม่เกี่ยวการเมืองหรือแช่แข็ง พร้อมตั้งปิยะศิริคุมแทน
KEY
POINTS
- นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม
- การลาออกมีขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
- รมว.ยุติธรรมชี้แจงว่าการโยกย้ายเป็นไปตามวาระปกติเนื่องจากดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี และได้แต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่แล้ว
นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามวาระปกติ เนื่องจากนางพงษ์สวาทจะปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปี ในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ซึ่งโดยมาตรฐานของข้าราชการระดับสูง เมื่อครบวาระการดำรงตำแหน่งก็จะมีการพิจารณาปรับย้ายตามรอบการปฏิบัติงาน
รมว.ยุติธรรมยืนยันว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ใช่การย้ายไปเพื่อ “แช่แข็ง” เนื่องจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งเทียบเท่า และไม่ทำให้เสียสิทธิใด ๆ
ทั้งนี้ แม้ตามระเบียบจะสามารถพิจารณาให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อเป็นปีที่ 5 ได้ แต่ถือเป็นดุลพินิจของรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าควรต่ออายุการทำงานหรือไม่ โดยเห็นว่านางพงษ์สวาทปฏิบัติหน้าที่มาอย่างต่อเนื่องจนครบวาระแล้ว
ที่ประชุมครม.มีมติแต่งตั้งนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน โดย พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า นายปิยะศิริเคยทำงานในกระทรวงยุติธรรมหลายตำแหน่ง มีความเข้าใจเนื้องาน และเชื่อว่าจะสามารถสานต่องานได้ทันที
สำหรับนางพงษ์สวาท เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่ ครม.จะมีมติเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2565 ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ขณะที่นายปิยะศิริเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก่อนย้ายไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ศอ.บต. เมื่อเดือนมีนาคม 2567 และขึ้นเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. ในเดือนตุลาคม 2568







