
ผลตรวจโกงสอบท้องถิ่นพบผิดปกติ 5,000 ราย มหาดไทยส่ง ป.ป.ช.สอบต่อรายบุคคล
“วรศิษฎ์” เผย สถ.รายงานผลตรวจคะแนนสอบท้องถิ่นกว่า 15,000 ราย พบผิดปกติราว 5,000 ราย เตรียมส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเชิงลึกรายบุคคล ขณะที่มหาดไทยยังไม่สั่งดำเนินการเพิ่มเติม ระบุเป็นกระบวนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
KEY
POINTS
- ผลการตรวจสอบเบื้องต้นการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นพบความผิดปกติในคะแนนสอบประมาณ 5,000 ราย จากผู้เข้าสอบกว่า 15,000 ราย
- กระทรวงมหาดไทยได้ส่งมอบข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกเป็นรายบุคคล
- ป.ป.ช. จะพิจารณาว่าความผิดปกติที่พบเข้าข่ายการกระทำผิดหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตหรือไม่ เพื่อขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่า จากการตรวจสอบข้อมูลผู้ได้รับการบรรจุไปแล้วกว่า 15,000 ราย พบคะแนนประกาศผลสอบไม่ตรงกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบประมาณ 5,000 ราย ถือเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเวลา 10.13น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ให้สัมภาษณ์ว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการเทียบข้อมูลกระดาษคำตอบกับคะแนนของผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นใน 3 กลุ่มแรกที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. เรียกบรรจุไปแล้ว
นายวรศิษฎ์ระบุว่า หลังจากพบข้อเท็จจริงดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยจะส่งผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบต่อ รวมทั้งส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และแจ้งไปยังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมการจัดสอบและประกาศผล
ส่วนกรณีข้อมูลชุดนี้จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเดียวกับที่ ป.ป.ช.เข้าจับกุมในจังหวัดนนทบุรีหรือไม่นั้น นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องให้ ป.ป.ช.เป็นผู้ตรวจสอบ เช่นเดียวกับการนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับแฟลชไดรฟ์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว ส่งให้ ป.ป.ช. เนื่องจาก สถ.ไม่มีข้อมูลส่วนนั้น จึงต้องส่งข้อมูลทั้งหมดให้ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูภาพรวมดำเนินการต่อ
เมื่อถามว่ารายชื่อประมาณ 5,000 รายที่พบความผิดปกติ จะถูกเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่นเมื่อใด นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องรอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อน หากพบว่ากระทำผิดจริง จึงจะดำเนินการเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่การตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ บุคคลดังกล่าวยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงเป็นการภายในต่อไป โดยยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะให้ใครเป็นประธานคณะกรรมการสอบ
นายวรศิษฎ์กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.อาจใช้เวลาตรวจสอบ 3-6 เดือนว่า ไม่น่ากระทบต่อการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนเงินเดือนที่ได้รับไประหว่างกระบวนการตรวจสอบ จะต้องพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ยืนยันว่าหากพบความผิดจริงจะต้องมีการดำเนินการย้อนหลังตามกฎหมาย
ชี้โกงสอบท้องถิ่นพบผิดต้องแยกอำนาจ ป.ป.ช.-ตำรวจดำเนินคดี
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบการทุจริตการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำความผิด จะต้องพิจารณาว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานใด
ทั้งนี้ หากเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ก็ต้องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามขั้นตอน แต่หากพบว่าเป็นคดีใหม่ หรือมีพฤติการณ์ความผิดเพิ่มเติม จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี
เมื่อถามว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตรวจพบความเชื่อมโยงถึงนักการเมืองในคดีดังกล่าวแล้วหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียดเพิ่มเติม
ส่วนแนวโน้มการรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ จะต้องพิจารณาจากจำนวนผู้เสียหาย พยานหลักฐาน และองค์ประกอบตามกฎหมาย ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคดีพิเศษต่อไป
ขอรอข้อเท็จจริงโกงสอบท้องถิ่นชัดก่อนตอบ
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว เรียกร้องให้นำกระดาษคำตอบตัวจริงมาเปรียบเทียบกับไฟล์ข้อมูลว่า ขอรอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบและเคลียร์ข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน จึงจะสามารถให้ความเห็นได้อย่างเหมาะสม
ส่วนกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีตามตัวชี้วัด หรือ KPI และอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายยศชนันกล่าวว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังต้องหารือกับรัฐมนตรีของพรรคก่อน
อย่างไรก็ตาม นายยศชนันยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย และยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนในประเด็นดังกล่าว







