posttoday
เปิดเครือข่ายลับโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน บททดสอบใหญ่รัฐบาลอนุทิน

เปิดเครือข่ายลับโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน บททดสอบใหญ่รัฐบาลอนุทิน

07 กรกฎาคม 2569

เงาปลาใหญ่ในคดีโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน กำลังเปลี่ยนคดีราชการให้เป็นวิกฤตการเมือง วัดใจรัฐบาลอนุทินว่าจะกล้าลากใครออกมา หรือปลายทางจะหยุดแค่ปลาซิวอีกครั้ง?

KEY

POINTS

  • มีการเปิดโปงเครือข่ายทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเชื่อมโยงทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการระดับสูง
  • มูลค่าความเสียหายจากการเรียกรับผลประโยชน์ในเครือข่ายนี้ถูกประเมินว่าสูงถึง 4,500 ล้านบาท
  • คดีดังกล่าวกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญของรัฐบาลอนุทินว่าจะสามารถจัดการกับผู้กระทำผิดรายใหญ่ได้หรือไม่

คดีทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำลังขยายตัวไปสู่แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองระดับรัฐบาล เมื่อมีการกล่าวอ้างถึงเครือข่าย “ตัวละครลับ” ที่โยงใยทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการระดับสูง และกลไกประสานงานในพื้นที่ ท่ามกลางตัวเลขความเสียหายจากการเรียกรับผลประโยชน์ที่ถูกประเมินว่าสูงถึง 4,500 ล้านบาท

 

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครโกงสอบ หรือใครได้ประโยชน์จากการซื้อขายตำแหน่ง แต่อยู่ที่คำถามใหญ่กว่าเดิมว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะสามารถสาวไปถึง “ปลาตัวใหญ่” ได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายคดีนี้จะจบลงเพียงการลงโทษข้าราชการระดับล่างไม่กี่ราย เพื่อปิดแรงกดดันจากสังคม

 

ข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในขณะนี้ วางโครงเครือข่ายออกเป็นหลายชั้น โดยมีอักษรย่อ “ป.” “พ.” “ธ.” และ “น.” ถูกกล่าวถึงในฐานะตัวละครสำคัญ “ป.” ถูกระบุว่าเป็นปลาตัวใหญ่ระดับ “เสนาบดี” หรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ส่วน “พ.” และ “ธ.” ถูกเชื่อมโยงกับข้าราชการระดับสูง ขณะที่ “น.” ถูกมองว่าเป็นมันสมองของขบวนการ

กรณีของ “น.” ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังมีการเปิดเผยชื่อเชื่อมโยงกับนายธนนท์ พรรพีพาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงในฐานะเลขานุการ กสถ. อย่างไรก็ตาม การถูกตั้งกรรมการสอบยังเป็นเพียงกระบวนการตรวจสอบ มิใช่คำวินิจฉัยว่ามีความผิด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้แรงกดดันต่อกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

อีกเงื่อนงำที่ทำให้คดีนี้ถูกมองว่าไม่ใช่การทุจริตธรรมดา คือข้อมูลเรื่อง “รังลับ” หรือคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าใช้เป็นสถานที่เก็บเงินสดจำนวนมหาศาลจากการเรียกรับผลประโยชน์ โดยมีการพาดพิงถึงข้าราชการระดับสูงบางราย เช่น นาย ท. รอง ธ. และรอง น. ว่าเกี่ยวข้องกับการดูแลเงินสดดังกล่าว พร้อมมีตัวละครระดับประสานงานอย่าง “ปย.” และ “ก.” ทำหน้าที่เชื่อมงานในภาคปฏิบัติหากข้อมูลส่วนนี้พิสูจน์ได้จริง คดีโกงสอบท้องถิ่นจะไม่ใช่เพียงเรื่องการแก้คะแนนหรือจัดคนเข้าสู่ตำแหน่ง แต่จะสะท้อนโครงสร้างทุจริตครบวงจร ตั้งแต่การเก็บเงิน การจัดสรรผลประโยชน์ ไปจนถึงการคุ้มครองโดยอำนาจที่อยู่เหนือระบบราชการ

เครือข่ายที่ถูกกล่าวถึงยังแผ่ลงไปถึงการเมืองท้องถิ่น มีการพาดพิงถึงบุคคลหลายกลุ่ม เช่น รองโจ รองจี้ สจร. และปลัด พ. จากภาคเหนือ รวมถึงภรรยาของนักการเมืองชื่อดังรายหนึ่งที่ถูกระบุว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญของขบวนการ ภาพที่ปรากฏจึงไม่ได้จำกัดอยู่ในกระทรวงหรือกรมใดกรมหนึ่ง แต่สะท้อนการประสานผลประโยชน์ระหว่างส่วนกลาง ท้องถิ่น และเครือข่ายการเมือง

 

ในเชิงการเมือง คดีนี้กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาของรัฐบาลอนุทิน เพราะหากการตรวจสอบหยุดอยู่เพียงระดับล่าง จะยิ่งตอกย้ำข้อครหาว่ารัฐบาลเลือก “เชือดปลาซิว” มากกว่าสาวถึงตัวการใหญ่ แต่หากสามารถขยายผลไปถึงผู้มีอำนาจตัวจริงได้ ก็อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่น

 

การตั้งนายปกร นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหญ่ พร้อมดึง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ป.ป.ง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด แต่โจทย์ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การตั้งคณะกรรมการ หากอยู่ที่ผลสอบสุดท้ายว่าจะไปไกลถึงใคร

 

คดีนี้ไม่ใช่แค่ล้างสนามสอบแต่คือบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลอนุทิน ยังสามารถปกป้องความยุติธรรมในระบบราชการได้หรือไม่ เพราะเบื้องหลังตัวเลข 4.5 พันล้านบาท คือความหวังของผู้เข้าสอบจำนวนมหาศาลที่เชื่อว่าความสามารถควรชนะเงินตรา ไม่ใช่พ่ายแพ้ให้กับเครือข่ายอำนาจที่มองตำแหน่งราชการเป็นสินค้าในตลาดมืด

ข่าวล่าสุด

ยลโฉมถ้วยชาญี่ปุ่นชิ้นเดียวในโลกจาก6เตาเผาโบราณชั้นครู

ยลโฉมถ้วยชาญี่ปุ่นชิ้นเดียวในโลกจาก6เตาเผาโบราณชั้นครู