posttoday
2 โผลับโกงสอบท้องถิ่น เขย่ามหาดไทย ใครกันแน่ที่เปิดทางแก้คะแนนเงียบงัน

2 โผลับโกงสอบท้องถิ่น เขย่ามหาดไทย ใครกันแน่ที่เปิดทางแก้คะแนนเงียบงัน

04 กรกฎาคม 2569

ตัวเลขความเสียหาย 4,500 ล้าน กับรายชื่อถูกชี้มูลเพียง 5 ราย ทำให้คดีโกงสอบท้องถิ่นกลายเป็นคำถามใหญ่ต่อมหาดไทยว่าใครกันแน่ถูกกันไว้ ในวันที่รัฐต้องตอบให้ชัด

KEY

POINTS

  • มีการเปิดโปง "2 โผ" รายชื่อผู้ต้องสงสัยพัวพันการทุจริต โดยโผหนึ่งมี 5 รายชื่อตามที่มหาดไทยแถลงเบื้องต้น แต่อีกโผขยายวงกว้างถึงระดับอธิบดี
  • สังคมตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจในกระทรวงมหาดไทยว่าใครคือผู้เปิดทางให้มีการแก้ไขคะแนนสอบได้ เนื่องจากเป็นการทุจริตอย่างเป็นระบบที่ใหญ่เกินกว่าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการจะทำได้ลำพัง
  • กรณีทุจริตนี้ได้สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของกระทรวงมหาดไทยอย่างรุนแรง และเกิดข้อกังขาถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูงในการจัดการปัญหา

คดีทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น กำลังขยายจาก “ข้อสอบรั่ว-คะแนนผิดปกติ” ไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ โครงสร้างอำนาจในกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปล่อยให้กระบวนการที่ถูกกล่าวหาว่ามีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท เดินผ่านระบบราชการได้อย่างไร และเหตุใดผลตรวจสอบเบื้องต้นจึงชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่เพียง 5 ราย ทั้งที่มีการสุ่มตรวจพบร่องรอยการแก้คะแนนเกินกว่าครึ่งของกระดาษคำตอบ

 

ภายหลังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยแถลงผลตรวจสอบเบื้องต้น สังคมไม่ได้รับเพียงคำตอบ หากแต่ได้รับคำถามชุดใหม่ที่หนักกว่าเดิม เพราะเมื่อการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นคือประตูเข้าสู่อำนาจรัฐระดับพื้นที่ ความผิดปกติของคะแนนจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือความน่าเชื่อถือของระบบราชการทั้งแผง

 

หัวใจของคดีนี้อยู่ที่ “โผรายชื่อ” ผู้ต้องสงสัยระดับสูง ซึ่งตามข้อมูลจากภายในกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการพูดถึงรายชื่ออย่างน้อย 2 ชุด หรือ “2 โผ” ที่สะท้อนเงื่อนงำว่าผู้เกี่ยวข้องอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ

โผแรกประกอบด้วยข้าราชการ 5 ราย โดยระดับสูงสุดถูกระบุว่าเป็นรองอธิบดี อักษรย่อ T ร่วมกับผู้อำนวยการกอง “นาย พาน” ผู้เชี่ยวชาญ “นาย ป.ปา” และผู้อำนวยการกองอีกคน “ผอ. บุ” ซึ่งมีข่าวว่าเดินทางไปต่างประเทศ ข้อมูลชุดนี้สอดรับกับกรอบที่ฝ่ายมหาดไทยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ถูกชี้มูลในเบื้องต้น 5 ราย

 

แต่โผที่2 กลับขยายภาพไปไกลกว่าเดิม เพราะมีชื่อข้าราชการระดับสูงไปถึงระดับอธิบดี คือ นายธีรุตม์ สุภวิบุญผล ซึ่งถูกสั่งย้ายไปก่อนหน้านี้ หลังมีปฏิบัติการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ที่บ้านบางใหญ่ ขณะเดียวกันยังปรากฏชื่อซ้ำของรองอธิบดี T ผอ.กอง “นาย พาน” ผู้เชี่ยวชาญ “นาย ป.ปลา” และ “ผอ. บุ” โดยข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือร่องรอยการเข้าใช้รหัสไฟล์ Flash Drive เพื่อแก้ไขรายงานผลคะแนน

 

อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังหลีกเลี่ยงการระบุชื่ออย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าต้องรอคำสั่งสอบวินัยก่อน พร้อมระบุเพียงว่าผู้รับผิดชอบครอบคลุมตั้งแต่ระดับสูงของกรมลงมา ท่าทีดังกล่าวยิ่งทำให้คำถามเรื่องความโปร่งใสปะทุขึ้น เพราะในคดีที่มีขนาดใหญ่ระดับนี้ ความเงียบของชื่อ อาจดังไม่แพ้หลักฐานที่ปรากฏ

 

ข้อสงสัยสำคัญคือ การทุจริตที่ถูกมองว่าเป็นระบบ จะจบลงได้อย่างไรกับผู้ถูกชี้มูลเพียง 5 ราย นายรังสิมันต์ โรม สส.ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ตั้งคำถามว่า หากหัวไม่ส่าย หางจะกระดิกได้อย่างไร พร้อมมองว่าคดีนี้อาจเกี่ยวพันไปถึงระดับนโยบาย โดยเฉพาะขั้นตอนการอนุมัติ TOR ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีช่องโหว่ให้ขบวนการเคลื่อนไหวได้

ด้าน ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย มองในทิศทางเดียวกันว่า รูปแบบคดีนี้ใหญ่เกินกว่าข้าราชการระดับล่างจะดำเนินการกันเองได้ และอาจเข้าข่ายเครือข่ายอาชญากรรมที่มีการแบ่งบทบาทเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ผู้เปิดทาง ผู้แก้ไขข้อมูล ผู้ประสานงาน ไปจนถึงผู้รับประโยชน์ปลายทาง

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือระดับความผิดทางวินัย เพราะแม้เบื้องต้นจะมีการระบุว่า “มีมูลความผิดทางวินัย” แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นวินัยร้ายแรงหรือไม่ หากท้ายที่สุดถูกตีกรอบเป็นเพียงวินัยไม่ร้ายแรง บทลงโทษอาจหยุดอยู่ที่การตัดเงินเดือนหรือมาตรการทางวินัยระดับต่ำ ซึ่งย่อมไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่สังคมรับรู้

ปมที่กระทรวงมหาดไทยหยิบขึ้นมาอธิบาย คือข้อจำกัดตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ซึ่งวางอำนาจการบริหารงานบุคคลไว้กับคณะกรรมการข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นในแต่ละระดับ เช่น ก.ป.จ. ก.ท. และ ก.บ.ต. ทำให้มหาดไทยอ้างว่าไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้โดยตรง

แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ยอมรับว่าไม่สามารถสั่งยกเลิกการสอบทั้งหมดได้ เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ซึ่งมีมติให้เดินหน้าบรรจุเข้าทำงานตามกำหนดเดิมในวันที่ 1 กรกฎาคม จุดนี้กลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่าง “ข้อจำกัดทางกฎหมาย” กับ “ช่องว่างของความรับผิดชอบ”

อย่างไรก็ตาม อดีตผู้บริหารท้องถิ่นบางส่วนโต้แย้งว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะต้นสังกัดและเจ้าของงบประมาณจัดสอบ ยังมีอำนาจตามกฎหมายปกครองในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ หากปล่อยให้ทุกอย่างถูกผลักกลับไปยังกลไกท้องถิ่นโดยลำพัง ท้องถิ่นอาจกลายเป็น “รัฐอิสระ” ที่ตรวจสอบได้ยาก และเสี่ยงทำให้ความรับผิดชอบถูกกระจายจนหาต้นทางไม่พบ

ขณะนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ระดมเจ้าหน้าที่ตรวจทานกระดาษคำตอบใหม่ทั้งหมดกว่า 800,000 แผ่นในช่วงวันหยุด เพื่อค้นหาพิรุธและเปรียบเทียบกับไฟล์ต้นฉบับจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว ซึ่งมีการลงลายเซ็นดิจิทัลป้องกันการแก้ไขไว้ กระบวนการนี้จึงเป็นด่านสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า ความผิดปกติเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ หรือเป็นรอยร้าวทั้งระบบ

ในอีกด้านหนึ่ง ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางกำลังขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 10 ราย ซึ่งอาจอยู่นอกเหนืออำนาจสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย นั่นหมายความว่า คดีนี้ยังไม่ควรถูกปิดฉากด้วยรายชื่อเพียงชุดเดียว หรือคำอธิบายเพียงว่ากฎหมายทำให้ทำได้จำกัด

คดีโกงสอบท้องถิ่น คือการหาคำตอบว่าใครถือกุญแจเปิดประตูให้การแก้คะแนนเกิดขึ้นได้ หากระบบราชการยังตอบสังคมไม่ได้ว่า “ใครได้ประโยชน์” และ “ใครต้องรับผิดชอบ” ความเสียหายที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลข 4,500 ล้านบาท แต่อาจเป็นความเชื่อมั่นของประชาชนที่ถูกลบออกจากกระดาษคำตอบของรัฐอย่างเงียบงัน
 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน