posttoday
'ชัยวัฒน์'ค้านเฉือนทับลาน 2.6 แสนไร่ เปิดช่องฟอกขาวทุนใหญ่

'ชัยวัฒน์'ค้านเฉือนทับลาน 2.6 แสนไร่ เปิดช่องฟอกขาวทุนใหญ่

25 มิถุนายน 2569

ชัยวัฒน์บุก กมธ. ค้านเฉือนป่าทับลาน 2.6 แสนไร่ อ้างเปิดช่องฟอกขาวทุนใหญ่-ขบวนการทุจริต ส.ป.ก. เปลี่ยนที่รัฐเป็นกรรมสิทธิ์เอกชน มากกว่าช่วยเกษตรกร

KEY

POINTS

  • นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร คัดค้านการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยลดพื้นที่ลงกว่า 2.6 แสนไร่
  • แสดงความกังวลว่าการปรับแนวเขตอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนและขบวนการทุจริตใช้ "ฟอกขาว" การครอบครองที่ดินของรัฐอย่างผิดกฎหมาย
  • ชี้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเอื้อประโยชน์ให้นายทุนที่เข้ามาสร้างบ้านพักตากอากาศ มากกว่าการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ตัวจริง

ประเด็นการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานยังร้อนแรง หลัง “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านการปรับแนวเขตพื้นที่กว่า 2.6 แสนไร่ โดยระบุว่าอาจเปิดช่องให้กลุ่มทุนและขบวนการทุจริตฟอกขาวการครอบครองที่ดินรัฐ มากกว่าการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ตัวจริง

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ประชุม กมธ.การที่ดินฯ ได้พิจารณาผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง

นายชัยวัฒน์ระบุว่า การแก้ปัญหาทับลานไม่ควรยึดมติ ครม. เพียงด้านเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อบทบาทของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ว่าไม่ควรผลักภาระให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากที่ดิน ส.ป.ก. ในหลายพื้นที่มีปัญหาการซื้อขายเปลี่ยนมือ และอาจตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่ใช่ประชาชนดั้งเดิมในพื้นที่

เขายังกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือการใช้การปรับแนวเขตเป็นเครื่องมือ “ฟอกขาว” ให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้เกี่ยวข้องที่เคยถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต ส.ป.ก. ค้างอยู่ ซึ่งไม่ควรถูกโยนให้ ส.ป.ก. ไปจัดการเอง เพราะอาจกลายเป็นช่องให้เกิดการทุจริตอย่างเป็นระบบ

นายชัยวัฒน์กล่าวอ้างจากประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ทับลานตั้งแต่ปี 2554 ว่า พบพฤติกรรมของกลุ่มนายทุนเข้ามาก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ และยังมีการประกาศซื้อขายที่ดินในพื้นที่อย่างเปิดเผย ทำให้มองว่าการปรับแนวเขตครั้งนี้อาจเป็นกระบวนการที่เตรียมไว้เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน มากกว่าการคืนสิทธิให้เกษตรกรรายย่อย

ส่วนกรณีการอ้างสิทธิว่าอยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยาน นายชัยวัฒน์เห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ได้เปิดทางให้ประชาชนบางกลุ่มสามารถอยู่อาศัยและทำกินร่วมกับป่าได้อยู่แล้ว แต่กลับมีผู้ต้องการเปลี่ยนสถานะที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลผ่านเอกสาร ส.ป.ก.

“วันก่อนบอกอยู่กับสัตว์ป่าได้ วันนี้บอกไม่อยากอยู่แล้ว อยากได้โฉนด พูดแบบนี้ก็เหมือนโกง” นายชัยวัฒน์กล่าว

นายชัยวัฒน์ทิ้งท้ายว่า กมธ.การที่ดินฯ เป็นความหวังสำคัญในการตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดินของรัฐถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในมือกลุ่มทุน โดยอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง

ข่าวล่าสุด

เปิดงานวิจัยล่าสุด! ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็น “มะเร็ง” เร็วขึ้น?

เปิดงานวิจัยล่าสุด! ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็น “มะเร็ง” เร็วขึ้น?