เปิดวิสัยทัศน์ โสภณ-พริษฐ์ ชิงประธานสภาฯ คุมนิติบัญญัติ ย้ำธรรมาภิบาล
สภาฯ เสนอชื่อโสภณ ซารัมย์ ชิงประธานสภาฯ กับพริษฐ์ วัชรสินธุ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ยกระดับงานนิติบัญญัติและกอบกู้ความศรัทธาจากประชาชนไทย
KEY
POINTS
- สภาผู้แทนราษฎรเปิดพิจารณาผู้สมัครประธานสภาฯ ระหว่างนายโสภณ ซารัมย์ จากซีกรัฐบาล และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน
- นายโสภณมุ่งเน้นการใช้กลไกสภาเชื่อมโยงปัญหาประชาชนสู่การปฏิบัติของรัฐบาล พร้อมชูการปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัยและเป็นสากล
- นายพริษฐ์เน้นการสร้างสภาโปร่งใสด้วยเทคโนโลยี ตรวจสอบงบประมาณเข้มงวด และผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อกู้คืนความศรัทธา
สองพรรคใหญ่เสนอชื่อชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนฯ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 วาระการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับปี 2562
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง จากพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เข้าชิงตำแหน่ง ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล จากพรรคประชาชน ได้เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นคู่ชิง
โดยทั้งสองฝ่ายมีสมาชิกรับรองถูกต้องตามเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 20 คน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาฯ ในการขับเคลื่อนภารกิจนิติบัญญัติของประเทศ
โสภณชู 3 กลไกหลักเน้นแก้ปัญหาประชาชนและกฎหมาย
นายโสภณ ซารัมย์ ได้แสดงวิสัยทัศน์โดยให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก คือการนำความทุกข์ร้อนของประชาชนเข้าสู่สภาเพื่อให้ฝ่ายบริหารแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม การยกระดับการตรวจสอบฝ่ายบริหารให้มีคุณภาพและสมดุล และการสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัยพร้อมบัญญัติกฎหมายใหม่ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมเน้นย้ำว่าสภาต้องเป็นที่พึ่งและสร้างความศรัทธาด้วยการทำงานที่เที่ยงธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสร้างความสง่างามให้แก่สถาบันนิติบัญญัติที่เป็นต้นแบบของประเทศ
พริษฐ์ชู 4 หลักการกู้ศรัทธาโปร่งใสยึดโยงประชาชน
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุว่าการลงชิงชัยครั้งนี้เป็นการแสดงวิสัยทัศน์เชิงสัญลักษณ์เพื่อชี้ทิศทางที่ควรจะเป็น โดยเน้นภารกิจกอบกู้ความไว้วางใจผ่านหลักการ "ไม่วางตนเป็นกลาง" ใน 4 ด้าน ประกอบด้วย การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพนิติบัญญัติ การสร้างความโปร่งใสผ่านแดชบอร์ดตรวจสอบ สส. การปกป้องภาษีประชาชนด้วยการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และการคุ้มครองอำนาจประชาชนไม่ให้ถูกบิดเบือนโดยกลุ่มอำนาจ พร้อมผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปิดกว้าง เพื่อตอบคำถามว่าสภาในอีก 4 ปีข้างหน้าจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง


