posttoday
จับตา WSOL จ่ออุทธรณ์! หลังศาลยกคำร้องฟื้นฟู ยันธุรกิจมีศักยภาพ

จับตา WSOL จ่ออุทธรณ์! หลังศาลยกคำร้องฟื้นฟู ยันธุรกิจมีศักยภาพ

30 เมษายน 2569

ศาลยกคำร้องของฟื้นฟูกิจการ WSOL เหตุขาดทุน-ไร้เงินทุน ด้านบริษัทเล็งใช้สิทธิทางกฎหมาย ชู EBITDA ปี 68 โตเด่นสะท้อนศักยภาพ มุ่งรักษาธุรกิจเพื่อจ่ายคืนเจ้าหนี้อย่างเป็นธรรม โบรกฯ คาดอุทธรณ์สู้ต่อ

KEY

POINTS

  • ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ WSOL เนื่องจากมองว่ายังไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูให้สำเร็จได้
  • WSOL ยืนยันว่าธุรกิจหลักยังมีศักยภาพในการทำกำไร โดยเชื่อว่าการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด
  • บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาใช้สิทธิตามกฎหมาย โบรกฯ คาดยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล และเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อไป

บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา 

จุดเริ่มต้นและชนวนเหตุวิกฤตสภาพคล่อง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 WSOL ตัดสินใจยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยเสนอตนเองเป็นผู้ทำแผน เนื่องจากต้องเผชิญกับภาระหนี้สินในระดับสูงเมื่อเทียบกับกระแสเงินสด จากการดำเนินงาน แม้บริษัทจะพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Non-core assets) แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้แผนการขายสินทรัพย์ล้มเหลวคือ สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้หลายรายได้ตามกำหนด แม้ว่าในภาพรวมผลการดำเนินงานจะเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวก็ตาม

เปิดเหตุผลที่ศาลยกคำร้องขอฟื้นฟูฯ 

ศาลล้มละลายกลางให้เหตุผลในการยกคำร้องโดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางตัวเลขและสถานะทางกฎหมาย 

  • ผลขาดทุนสะสม: งบการเงินปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
  • ความไม่แน่นอนของแหล่งทุน: ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีความชัดเจนในการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่เพื่อมาหมุนเวียน
  • ข้อจำกัดด้านสินทรัพย์: สินทรัพย์ส่วนใหญ่ของบริษัทติดภาระหลักประกันกับเจ้าหนี้ และบริษัทยังถูกเจ้าหนี้หลายรายดำเนินคดีทางกฎหมายอยู่

ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ ศาลจึงมองว่า “ไม่ปรากฏช่องทางที่จะให้ฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จได้” ในขณะนี้

ยืนหยัดฟื้นฟูกิจการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

แม้ศาลจะมุ่งเน้นไปที่กำไรสุทธิ (Net Profit) และสถานะหนี้สิน แต่ทาง WSOL กลับยืนหยัดในมุมมองด้านศักยภาพการสร้างกระแสเงินสด โดยใช้ตัวชี้วัด EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เป็นตัวพิสูจน์

ข้อมูลระบุว่าในปี 2568 กลุ่มบริษัทมี EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 ถึงประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่ง WSOL เชื่อว่านี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังมีศักยภาพในการทำกำไรและสามารถเติบโตได้ หากได้รับการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นระบบ

เล็งใช้สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

WSOL ยืนยันว่าการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นแนวทางเดียวที่จะรักษาสถานะการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Going Concern) ไว้ได้ การปล่อยให้มีการจำหน่ายทรัพย์สินภายใต้ความกดดันทางการเงินจะสร้างความเสียหายมากกว่าการคงไว้ซึ่งมูลค่าธุรกิจ

ยุทธศาสตร์ของบริษัทคือการนำรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น มาทยอยชำระคืนแก่เจ้าหนี้ทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ถือหุ้นกู้ คู่ค้า และพนักงาน อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมากกว่าการล้มละลายหรือการบังคับคดีกระจัดกระจาย

แม้จะได้รับคำสั่งยกคำร้องจากศาล แต่ WSOL ยังคงเชื่อมั่นว่ากระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นกลไกที่เหมาะสมที่สุดในสภาวะปัจจุบัน ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาใช้สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

คาดยื่นอุทธรณ์-เดินหน้าขอฟื้นฟูฯ ต่อ

นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง ระบุว่า ในบริบทนี้ บริษัทน่าจะอุทธรณ์คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หรือการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายอื่นที่เปิดช่องให้บริษัทกลับเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้อีกครั้ง เนื่องจากบริษัทยังเชื่อว่าการฟื้นฟูกิจการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าหนี้ บริษัท และผู้ถือหุ้น

ข่าวล่าสุด

‘อนุทิน’ ยันไม่ดึง ‘ศักดิ์สยาม’ ร่วมครม. หลัง ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีซุกหุ้น

‘อนุทิน’ ยันไม่ดึง ‘ศักดิ์สยาม’ ร่วมครม. หลัง ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีซุกหุ้น