posttoday

“อนุทิน” ส่งสัญญาณรัฐพิธีเปิดสภา 14 มี.ค.นี้ เดินหน้าโหวตประธานสภา

08 มีนาคม 2569

“อนุทิน” กำชับ 192 สส.ภูมิใจไทย ห้ามขาดรัฐพิธีเปิดสภา 14 มี.ค.69 ชี้สำคัญที่สุด ก่อนโหวตเลือกประธานสภาและนายกฯ ย้ำต้องมีวินัยเป็นปึกแผ่น ห้ามใครแหกคอกอย่างในอดีต

KEY

POINTS

  • นายอนุทิน ส่งสัญญาณพิธีเปิดประชุมรัฐสภาจะมีขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม 2569 
  • หลังเสร็จสิ้นรัฐพิธี จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อลงมติเลือกประธานสภาและรองประธานสภา
  • จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีต่อไป

วันนี้ (8 มี.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเข้าร่วมงานสัมนา สส. ซึ่งครั้งนี้พรรคภูมิใจจัดขึ้นภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส”

โดยมีแกนนำคนสำคัญทั้งนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รวมถึงบุคคลที่น่าจับตามองอย่าง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่เดินทางมาร่วมปฐมนิเทศ และวางทิศทางการทำงานให้กับ สส. ทุกคน

ทันทีที่นายอนุทินเดินทางมาถึง ได้เดินทักทาย สส.ทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า พร้อมกล่าวว่า “ยินดีด้วยครับ” โดยบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างชื่นมื่น 

จากนั้นนายอนุทินปาฐกถาในหัวข้อ “ถอดรหัส 191 เสียง โอกาสและความท้าทาย” 

โดยได้กล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งงวดนี้มาพบกับทุกท่านด้วยความตื่นเต้นและดีใจ พัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเริ่มมาเข้าสู่ปีที่ 18 แล้ว ตนจำได้ว่าตอนเลือกตั้งครั้งแรก เดินแค่ 10 วินาทีก็ทักทายกันหมดแล้ว แต่วันนี้เดินเกือบ 15 นาที 

วันนี้ไม่ว่าพรรคเราจะอยู่ในขนาดไหนและมีสมาชิกเท่าไหร่ก็ตาม สิ่งแรกที่พรรคจะดำเนินการก่อนที่จะเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎร คือจัดให้มีการปฐมนิเทศบรรดาสมาชิก พร้อมย้ำว่า วันนี้เป็นการร่วมประชุมและร่วมพบปะหารือ ทำความคุ้นเคย เฉพาะ สส. และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ไม่ได้ประชุมร่วมกับ สส. พรรคร่วม ซึ่งถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความรู้จักกัน เพื่อให้ช่องว่างระหว่างกันน้อยที่สุด

นายอนุทิน กล้าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทย ไล่จากการมี สส.  31 คน มาเป็น 51 คน มาเป็น 71 คน และวันนี้กลายมาเป็น 192 คน ซึ่งจากการที่ใช้ชีวิตร่วมกันจากการเลือกตั้ง ถือว่าเรา เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมา มีความใกล้ชิดพอสมควร แต่วันนี้ต้องรวมกันเพื่อให้รู้จักกันมากที่สุด เรามารวมกันแทบจะทุกภาคของประเทศไทย

ขอความกรุณาว่าไม่ใช่ซีกของ คุณวราวุธ มาก็นั่งจับกลุ่ม เฉพาะฝั่งของตัวเอง ซีกของเอกนัฎฐ์ ก็นั่งเฉพาะ สส. กลุ่มตัวเอง  กลุ่มของพี่เฮ้ง ก็จะนั่งแค่ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี จึงขอให้นั่งแยกกลุ่มกัน กระจายรวมตัวกันให้หมด

“อนุทิน” ส่งสัญญาณรัฐพิธีเปิดสภา 14 มี.ค.นี้ เดินหน้าโหวตประธานสภา

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความยินดีกับ สส. ทุกคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านดงต่าง ๆ รอดมาเป็นผู้แทนราษฎรได้ และต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ไปช่วยกันปราศรัย ทำหน้าที่เชียร์ให้ผู้สมัครได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนทำงานอย่างหนักหนาสาหัส เชื่อว่าการเข้ามาได้ไม่มีฟลุ๊ค ส่วนใหญ่ 99% ทิ้งขาดคู่แข่ง แม้หลายคนจะ โทรหาตนบอกว่าตายแน่สู้ไม่ไหว แต่ก็จะเห็นแล้วว่าพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเติบโตมาตลอด แม้จะมีการเลือกตั้งอีกกี่ครั้งก็ยังเชื่อว่าพรรคขยายขึ้น 

นายอนุทิน ระบุว่า ตนอยากจะเคลียร์ให้ทุกคนมั่นใจ แม้จะมีประสบการณ์ทางการเมืองน้อยกว่าหลายท่านในห้องนี้ แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งอย่างมหาโหดมาถึง 4 ครั้ง ตนยืนยันว่าหากเราทุกคนไม่ประมาททำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่น เชื่อใจและสม่ำเสมอกับชาวบ้าน คิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่เพียงพอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเพิ่มขึ้นอีก ตนยังไม่เคยเห็นใครสอบตก คนที่มั่นใจ ว่าจะชนะ แต่ประมาทตนเห็นตายมาหลายคนแล้ว 

พร้อมระบุว่า สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ต้องทำงานหนักกว่า สส. เขต เพื่อสนับสนุน สส. เขต และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของพรรครวมถึงการรับฟังปัญหาต่าง ๆ ของชาวบ้านทั่วประเทศ นี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย เพราะ สส. ปาร์ลิสต์ ของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่แค่คนที่รอรับตำแหน่งต่าง ๆ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 19 คนที่มีอยู่ ต้องทำงานหนัก เพื่อให้มี สส. เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีคะแนน ขอให้ดูคู่แข่งเป็นตัวอย่างด้วย แม้กระแสจะดีแต่ไม่ลงพื้นที่ ก็ไม่ได้รับเรื่อง และเชื่อว่าทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุดเช่นเดียวกับตน

นายอนุทิน ย้ำว่า วิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทย คือ เป็น สส. สำคัญไม่น้อยกว่าคนที่เป็นรัฐมนตรี และตนในฐานะที่มีโอกาสที่ได้เป็น สส. และเป็นรัฐมนตรีด้วย ก็จะปลูกฝังเสมอว่าหากเลือกได้หนึ่งอย่างก็ต้องเลือกเป็น สส. ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตนเคยพูดหลายครั้งกับคนที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล พูดกับคนที่เลือกทิ้งตำแหน่ง สส. และไปเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่มีความมั่นคง การที่จะได้ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน น้อยกว่าการเป็น สส. เพราะฉะนั้นขอให้ภาคภูมิใจ การเป็น สส. มีคุณค่าเพราะรัฐมนตรีปลด สส. ไม่ได้ แต่ สส. สามารถปลดรัฐมนตรีได้ ซึ่งตนคิดว่า หลังจากการปฐมนิเทศวันนี้ไป อีก 4 ปี เราจะทำความรู้จักอุปนิสัย มีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น 

ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากจะขอวิงวอนทุกคนให้รักษาไว้คืออัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้พรรคของเราเติบโต คำไหนคำนั้น เป็นปึกแผ่น ไม่มีแหกคอก

“เรามี สส. พรรค 3 คนแหกคอก ในช่วงที่พักร้อนไปเป็นฝ่ายค้าน 3 เดือน เห็นผิดเป็นชอบ อย่าคิดว่าชาวบ้านไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนมันไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ซึ่ง 2 ใน 3 คน พรรคไม่ให้สมัคร เพราะฉะนั้นเรื่องวินัยและการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องอื่น ๆ คุยกันได้หมดไม่มีปัญหา” 

“อนุทิน” ส่งสัญญาณรัฐพิธีเปิดสภา 14 มี.ค.นี้ เดินหน้าโหวตประธานสภา

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันที่ 14 มี.ค.2569 ได้รับแจ้งว่าจะมีรัฐพิธีและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเพื่อเปิดรัฐสภาฯ ซึ่งวันนั้นขาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน จะมีการประชุมสภานัดแรก มีการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาอีก 2 คน เมื่อมีการโปรดเกล้าประธานสภาฯ คนใหม่ จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะต้องรอโปรดเกล้าฯ เพื่อตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีขั้นตอนอีกมากมายกว่าที่จะถึงวันที่มีรัฐบาล 

ตอนนี้เราสามารถทำหน้าที่ สส. อย่างเต็มที่ ไม่ต้องรอตั้งรัฐบาลเสร็จ หรือเปิดประชุมก่อน เพราะสถานะความเป็น สส. เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ความเป็น สส. ได้รับเงินเดือนสถานะต่าง ๆ การมีเอกสิทธิ์ทั้งหลายก็เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ แม้การรับรอง สส. จะเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ขอให้ศึกษาเรื่องจริยธรรมให้ดี ซึ่งเราประมาทไม่ได้ ขอให้ถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อจะได้ไม่มีผลกระทบต่อทุกท่าน ต่อสถานะของเรา ต่อตำแหน่งที่อาจจะเป็นตั้งแต่กรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่น ๆ ซึ่งต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก รวมถึงคนรอบข้างทั้งผู้ช่วย อย่าให้มีปัญหา หรือเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ

ซึ่งต้องดูประวัติให้เรียบร้อยไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคต หากยิ่งเคลียร์ก็ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ดังนั้นตรงนี้ต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและดำรงตำแหน่ง สส. ของท่านอย่างเต็มที่ รวมถึงการเตรียมแถลงทรัพย์สิน ที่ต้องดูข้อกฎหมาย ซึ่งพรรคมีที่ปรึกษาคอยช่วย

วันนี้ขอแสดงความยินดีอีกครั้งที่ท่านประสบความสำเร็จในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่ 27 ซึ่งพวกเรามีความภูมิใจกับทุกคนและพรรคภูมิใจไทยดีใจที่ให้ท่านเป็นผู้แทนในนามพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ ซึ่งขอให้พวกเราทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย พบแต่สิ่งที่เป็นมงคลกับตนเองและหลีกไกลจากสิ่งที่จะไม่บันดาลความสุขให้กับพวกเรา   

ข่าวล่าสุด

กรณ์ จี้ ก.ล.ต.-ปปง. ออกหมายจับ เบน สมิธ คดีฟอกเงินทวงยุติธรรมให้ตลาดทุนไทย