ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชนนพัฒฐ์ใช้สิทธิ สส. ประวิงเวลา DSI จ่อหมายเรียกซ้ำขอหมายจับได้
ดร.ณัฏฐ์ วิเคราะห์ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว เลื่อนพบ DSI คดีฟอกเงิน เป็นเทคนิคประวิงเวลาเพื่อใช้เอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกซ้ำและขอศาลออกหมายจับได้หากมีพฤติการณ์ขัดขืนหมายเรียกถึง 2 ครั้ง
KEY
POINTS
- ดร.ณัฏฐ์ ชี้ว่าการที่ สส. ชนนพัฒฐ์ อ้างเหตุติดภารกิจประชุมสภาเพื่อขอเลื่อนเข้าพบ DSI อาจเป็นเทคนิคการใช้เอกสิทธิ์ สส. เพื่อประวิงเวลาในคดีฟอกเงิน
- DSI สามารถออกหมายเรียกซ้ำได้ และหากมีการขัดหมายเรียกถึง 2 ครั้ง พนักงานสอบสวนสามารถยื่นขอให้ศาลออกหมายจับได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามศาลออกหมายจับ สส.
- นักกฎหมายเตือนว่าการประวิงเวลามีความเสี่ยงสูง เพราะหาก สส. ถูกศาลสั่งคุมขังตามหมายจับแม้เพียงชั่วคราว จะทำให้สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลงทันที และเอกสิทธิ์คุ้มครองจะหมดไป
ภายหลังจากศาลยกคำร้องหมายจับ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม โดยสั่งให้มีการออกหมายเรียกก่อนนั้น ต่อมานายชนนพัฒฐ์ได้โพสต์ข้อความอ้างเหตุขัดข้องเนื่องจากติดภารกิจประชุมสภา เพื่อขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 12 มีนาคม 2569
วิเคราะห์เทคนิคใช้เอกสิทธิ์ สส.ดึงเวลาสู้คดีฟอกเงิน
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเชิงกฎหมายว่า การขอเลื่อนต้องมีเหตุขัดข้องที่ไม่อาจมาพบพนักงานสอบสวนได้จริง โดยตามขั้นตอน นายชนนพัฒฐ์ต้องได้รับทราบหมายเรียกครั้งที่ 1 โดยชอบเสียก่อน แต่ในกรณีนี้เป็นการโพสต์โต้ตอบผ่านสื่อมวลชน ซึ่งในแง่กฎหมายถือว่ายังไม่ทราบเป็นทางการ พนักงานสอบสวนจึงต้องส่งหมายเรียกครั้งที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อกำหนดวันนัดหมายที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
ส่องช่องโหว่มาตราหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคุ้มครองผู้ต้องหา
ดร.ณัฏฐ์ ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการประวิงเวลาเพื่อให้ตนเองได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 วรรคหนึ่ง ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยสามัญ ซึ่งบัญญัติห้ามมิให้จับกุม คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภา หรือเป็นการจับขณะกระทำความผิด
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ห้ามพนักงานสอบสวนในการขอให้ศาลออกหมายจับ หากพบพฤติการณ์ขัดหมายเรียกถึง 2 ครั้ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่มีบทบัญญัติห้ามศาลออกหมายจับ สส. ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งหากพิจารณาจากฐานความผิดฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินในคดีเว็บพนันออนไลน์ ถือเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษร้ายแรง ซึ่งโดยปกติหากประชาชนทั่วไปถูกออกหมายจับและพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว ศาลมักจะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน
ชี้จุดตายสส.สิ้นสภาพทันทีหากศาลสั่งคุมขังในคดีอาญา
แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา 125 วรรคสาม จะออกแบบมาเพื่อป้องกันการขัดขวาง สส. ในการทำหน้าที่ประชุมสภา โดยให้ประธานรัฐสภาสั่งปล่อยตัวชั่วคราวได้หากถูกคุมขัง แต่ ดร.ณัฏฐ์ ชี้ให้เห็นถึงกลไก "เกลือจิ้มเกลือ" ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่า หาก สส. ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกคุมขังโดยหมายของศาลแม้เพียงชั่วข้ามคืน สมาชิกภาพความเป็น สส. จะสิ้นสุดลงทันทีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(6) ซึ่งจะส่งผลให้เอกสิทธิ์คุ้มครองตามมาตรา 125 วรรคสาม สิ้นผลไปโดยปริยาย ไม่สามารถนำมาใช้เป็นช่องทางในการออกจากที่คุมขังได้อีก
ดังนั้น เทคนิคการใช้ช่องว่างกฎหมายเพื่อประวิงเวลาในการพิสูจน์ตนเองในกระบวนการยุติธรรม จึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อตำแหน่งทางการเมือง หากพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเข้มงวดและศาลใช้ดุลพินิจออกหมายจับจากการขัดหมายเรียกซ้ำ


