ภูมิใจไทยจัดทัพครม.ดันลูกเทพผนึกบ้านใหญ่ล็อคโควตา9รัฐมนตรีคุมกระทรวง
อนุทินนำทีมภูมิใจไทยจัดสรรโควตา 9รัฐมนตรี รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ การสู้รบในตะวันออกกลาง ดึงกลุ่มลูกเทพและบ้านใหญ่ร่วมบริหาร เตรียมแถลงนโยบายช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้
KEY
POINTS
- การผสมผสานขั้วอำนาจ: พรรคภูมิใจไทยใช้สูตร "บ้านใหญ่ผนึกลูกเทพ" เพื่อเชื่อมโยงฐานเสียงดั้งเดิมเข้ากับนักการเมืองรุ่นใหม่ สร้างเสถียรภาพภายในพรรคและอำนาจต่อรองระดับสูง
- ยุทธศาสตร์ความมั่นคงพลังงาน: วิกฤตสงครามในต่างประเทศบีบให้พรรคต้องขยับโควตากระทรวงเศรษฐกิจให้มืออาชีพเข้าบริหาร เพื่อรับรองการสำรองเชื้อเพลิงและการแก้ไขปัญหาปากท้อง
- การจัดสรรตามพื้นที่: โควตารัฐมนตรีถูกแบ่งตามสัดส่วน ส.ส. อย่างชัดเจน ตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ไปจนถึงภาคใต้ เพื่อสร้างหลักประกันว่าฐานเสียงสำคัญจะได้รับการดูแลผ่านงบประมาณกระทรวง
ผสมสูตรอำนาจใหม่: การผนึกกำลัง "บ้านใหญ่" และ "ลูกเทพ"
ท่ามกลางการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้รัฐบาล "อนุทิน 2" พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ "ครูใหญ่"กำลังเร่งจัดสรรโควตา9ที่นั่งรัฐมนตรี โดยยึดหลักเกณฑ์ฐานเสียงในมือเป็นอำนาจต่อรองสำคัญ การจัดสรรครั้งนี้เห็นภาพชัดของการแบ่งดุลอำนาจระหว่างกลุ่ม "บ้านใหญ่" และกลุ่ม "ลูกเทพ" หรือนักการเมืองคนรุ่นใหม่
โดยมีชื่อของนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นตัวยืนหลัก เสริมทัพด้วยตัวเต็งอย่างนายศิริพงษ์ สกุลเกียร์ และนายเจษ ไทยเศรษฐ์ ขณะที่สายใต้อย่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่นำสส. มาถึง 31 ที่นั่ง กำลังเดินหน้าต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรีมากกว่า 1 ตำแหน่ง เพื่อตอบโจทย์พื้นที่ภาคใต้และสามจังหวัดชายแดน
แบ่งเค้กตามฐานเสียง: จากเพชรบูรณ์-อุทัยธานี สู่ดาวรุ่งภาคกลาง
โครงสร้างโควตาในครั้งนี้ยังสะท้อนอิทธิพลของกลุ่มพื้นที่อย่างชัดเจน โดยกลุ่มบ้านใหญ่เพชรบูรณ์นำโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ วางเป้าหมายที่เก้าอี้ รมว. หรือ รมช. สาธารณสุข
ขณะที่ขุนพลอุทัยธานีอย่าง นายชาดา และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ มีลุ้นในกระทรวงวัฒนธรรมหรือการท่องเที่ยวและกีฬา
ด้านกลุ่มลูกเทพและดาวรุ่งภาคกลางก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล จากอ่างทอง ยังคงสถานะรักษาโควตารัฐมนตรีไว้อย่างเหนียวแน่น
ส่วนนายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล จากพระนครศรีอยุธยา กำลังถูกจับตามองในการลุ้นขยับขึ้นตำแหน่งรัฐมนตรี
ว่าการ ซึ่งการจัดสรรนี้เป็นไปตามสูตร "จำนวนเสียงในมือคือปัจจัยสำคัญที่กำหนดตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี" เพื่อรักษาเอกภาพของพรรคในระยะยาว
ปรับกลยุทธ์รับศึกนอก: เมื่อวิกฤตพลังงานบีบให้ใช้ "มืออาชีพ"
บริบทโลกที่ตึงเครียดจาก "ไฟสงคราม" ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเลือกตัวบุคคล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
นายอรรถพลจึงกลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในฐานะผู้กุมยุทธศาสตร์ความมั่นคง นายอรรถพลได้ระบุถึงความพร้อมว่า "เราสามารถสำรองน้ำมันเพิ่มเติมได้ 90 วัน และมีแผนนำเข้าก๊าซเพิ่ม 3 ลำเรือ"
ขณะที่กระทรวงยุติธรรม บ้านใหญ่บุรีรัมย์ยังคงมั่นใจในสายงานที่ดูแลคดีพิเศษได้ โดยมีเดิมพันสำคัญคือคดีที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพพรรคในชั้น DSI และ กกต. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศและประเด็นข้อกฎหมายภายในควบคู่กันไป
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
การจัดสรร ครม. ของภูมิใจไทยครั้งนี้เป็นการวางหมากเพื่อรับมือกับ "พายุเศรษฐกิจ" และ "วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์" ที่รุนแรงขึ้น หากการจัดสรรลงตัว คาดว่ารัฐบาลจะสามารถแถลงนโยบายได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569
ผลกระทบที่ต้องจับตาคือประสิทธิภาพของรัฐมนตรีหน้าใหม่และกลุ่มลูกเทพ ว่าจะสามารถประสานงานกับกลุ่มบ้านใหญ่และมืออาชีพเพื่อกู้สถานการณ์ GDP ที่ถูกปรับลดลงได้หรือไม่
โดยแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนจะอยู่ที่การบริหารจัดการพลังงานและการรักษาเอกภาพผ่านการปันผลประโยชน์เชิงโควตาที่ลงตัว.


