posttoday

“ณัฐพงษ์” ยัน 10 สส.จะไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมสู้ปกป้องอำนาจประชาชน

23 เมษายน 2569

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน 10 สส.จะไม่มึวันหยุดปฏิบัติหน้าที่ วอนพิจารณามาตรฐานจริยธรรม ป.ป.ช. พร้อมสู้เพื่อปกป้องอำนาจที่มาจากเสียงประชาชน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พวกเราจะไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น “ผู้แทนราษฎร” 

 

ผมเริ่มเดินทางร่วมกับองคาพยพอนาคตใหม่ด้วยความฝัน มุ่งมั่นว่าการเมืองคือเรื่องของคนธรรมดาที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และการเมืองคือเรื่องของทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ตาม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับขบวนการอนาคตใหม่เพื่อสร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

 

ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เราไม่เคยเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบ พวกเราเผชิญขบวนการนิติสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ และการถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ แต่พวกเราเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ของพวกเราทุกคน ทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น พร้อมทั้งต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่ประชาชนทุกคนล้วนเสมอภาคและถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

ผมยืนยันว่าการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของผู้แทนราษฎรอดีตพรรคก้าวไกลในวันนั้น อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่อันชอบด้วยรัฐธรรมนูญในฐานะผู้แทนราษฏรที่มาจากประชาชน ในการใช้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อถกเถียงและพูดคุยในประเด็นอ่อนไหวอย่างมีวุฒิภาวะเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พวกเรามิได้มีความมุ่งหมายที่จะล้มล้างหรือเซาะกร่อนบ่อนทำลายตามที่ถูกกล่าวหาจากผู้มีอำนาจแต่อย่างใด

 

ผมอยากชวนให้ทุกคนพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมว่า การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้อย่างไม่มีมาตรฐาน กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนของประชาชน สิ่งใดเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยของเรามากกว่ากัน 

 

ในขณะที่คดีของพวกเราเดินหน้าอย่างรวดเร็ว หลากหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งค้างอยู่ในมือ ป.ป.ช. กลับไม่คืบหน้า จึงต้องถามว่าสรุปแล้วมาตรฐานในการพิจารณาคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ตรงไหนกันแน่

ผมเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราถูกกระทำในวันนี้ สาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่การเสนอร่างกฎหมาย หากแต่เป็นเพราะพวกเราคือตัวแทนของประชาชนที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงซึ่งย่อมทำให้คนบางกลุ่มที่ยึดครองประเทศไทยอยู่ ต้องสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ เมื่อพวกเขาถูกท้าทายจึงต้องต่อสู้กลับ โดยไม่สนใจวิธีการ ไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศ

 

ในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งแบบใด ผมยืนยันว่าพวกเราผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ควรจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรต่อไป 

 

ประการแรก การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปของพวกเราไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน อันก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากเกินแก่จะเยียวยาได้ในภายหลังได้

 

ประการที่สอง การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นส่วนสำคัญในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

 

ประการที่สาม การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คนที่อยู่ในกลุ่มคดี 44 สส. ไม่สามารถกระทำการในทำนองเดียวกันกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ กล่าวคือ พวกเราไม่สามารถเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีลักษณะคล้ายหรือทำนองเดียวกับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้อีก

 

ประการสุดท้าย การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คนต่อไป ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงของศาลฎีกา หรือกระทำการยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. แสวงหาข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว

 

กลับกัน หากศาลฎีกาจะสั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย่อมส่งผลกระทบต่อการปกครองระบอบรัฐสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่น หรือแม้แต่ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมดเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างประชาชนกับสภาผู้แทนราษฎรและการบริหารราชการแผ่นดิน เพียงเพราะว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจหน้าที่ที่ตนมีตามรัฐธรรมนูญในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับคดีความ เป็นเหตุให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

 

ดังนั้น ผมย้ำว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าผลออกมาในทิศทางใด ไม่ได้กระทบต่อผู้แทนราษฎรเพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระทบต่ออำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจที่มาจากประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้จึงใหญ่กว่าพวกผม ใหญ่กว่าพรรคประชาชน แต่คือเรื่องของอนาคตประชาธิปไตยไทย และเรื่องของพวกเราทุกคน

ข่าวล่าสุด

กบน. ลดราคาดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ 24 เมษายน 69