รายงานพิเศษ:"อนุทิน2"กับยุทธศาสตร์"ธนู3ดอก"เดิมพันฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
รัฐบาลชุดใหม่ชู "ธนู3ดอก"ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจมุ่งดึงลงทุนสีเขียว ปฏิรูปทักษะมนุษย์ และแก้กฎหมายปลดล็อกทุนต่างชาติ พร้อมเร่งสางหนี้เสียรายย่อยกู้ความเชื่อมั่น
KEY
POINTS
- รัฐบาล "อนุทิน 2" ชูยุทธศาสตร์ "ธนู 3 ดอก" เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการลงทุนสีเขียว, การปฏิรูปทักษะแรงงาน และการแก้ไขกฎหมายเพื่อดึงดูดการลงทุน
- ออกมาตรการแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อย โดยโอนหนี้กว่า 1.1 ล้านบัญชีให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (SAM) ดูแล และอัดฉีดสินเชื่อ 1 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือ SME
- ประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุม "ทุนเทา" และความผันผวนของค่าเงินบาท ผ่านการคุมเข้มธุรกรรมเงินสดและทองคำ
รัฐบาลชุดใหม่ชู "ธนู 3 ดอก" ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจมุ่งดึงลงทุนสีเขียว ปฏิรูปทักษะมนุษย์ และแก้กฎหมายปลดล็อกทุนต่างชาติ พร้อมเร่งสางหนี้เสียรายย่อยกู้ความเชื่อมั่น
จับตา "อนุทิน 2" กางแผนรับมือมรสุมเศรษฐกิจ 3 ลูก
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ติดกับดัก "โตต่ำยืดเยื้อ" รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือรัฐบาล "อนุทิน 2" กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญจากมรสุมเศรษฐกิจ 3 ลูกใหญ่ ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และวิกฤตหนี้ครัวเรือนที่กัดกินอุปสงค์ภายในประเทศ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นขุนพลหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกอบกู้ความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา
ประสานนโยบายการเงิน-การคลัง แก้โจทย์หนี้สะสม
ในมิติของเสถียรภาพ รัฐบาลพยายามปิดช่องโหว่ทางเศรษฐกิจด้วยการประสานงานกับ ธปท. อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดการกับ "ทุนเทา" และควบคุมความผันผวนของค่าเงินผ่านการกำกับดูแลการโอนเงินต่างประเทศและการซื้อขายทองคำ
ขณะที่ภาคตลาดทุนได้ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการ "ยอมรับความจริง" ว่าเศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำเพียง 1.5-2% ไปอีกหลายปี การปรับตัวสู่เทคโนโลยีและการมองหาตลาดต่างประเทศจึงเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่
บทสรุปของรัฐบาล "อนุทิน 2" จึงไม่ได้อยู่ที่การวางแผนที่สวยหรู แต่อยู่ที่ว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถบริหารจัดการอำนาจและสนับสนุนให้ "ขุนพลเศรษฐกิจ" ทำงานได้อย่างอิสระและรวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางเข็มนาฬิกาของความเชื่อมั่นที่กำลังนับถอยหลัง
3 Key Points ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ
1.ยุทธศาสตร์ "ธนู 3 ดอก": เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Economy), ปฏิรูปการศึกษาด้วย AI (Skill Bridge) และสังคายนากฎหมายรวบยอด (Omnibus Law) เพื่อลดอุปสรรคการลงทุน
2.มาตรการสางหนี้และเติมทุน: โอนหนี้เสียรายย่อย (NPL) กว่า 1.1 ล้านบัญชีให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (SAM) ดูแล และอัดฉีดสินเชื่อ SME วงเงิน 1 แสนล้านบาทผ่าน บสย. เพื่อประคองธุรกิจขนาดเล็ก
3.จัดระเบียบการเงินและทุนเทา: ประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุมเข้มธุรกรรมเงินสดและทองคำเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคารให้เป็นธรรม
เรียบเรียง:อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : เนชั่นอินไซต์ (คลิก)


