posttoday

หมอวาโย ฟ้อง7กกต.ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เดิมพันทุจริตหรือบกพร่อง

26 กุมภาพันธ์ 2569

พรรคประชาชนเดินหน้ายื่นฟ้อง กกต. ทั้งคณะฐานผิด ม.157 ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่อพิรุธทำลายหลักการลงคะแนนลับ หวั่นสะเทือนผลเลือกตั้งปี 69 กลายเป็นโมฆะ

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นฟ้องกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157
  • สาเหตุหลักมาจากระบบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่พรรคฯ อ้างว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าประชาชนลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการลงคะแนนลับ
  • ผลของคดีอาจนำไปสู่การพิสูจน์ว่าการกระทำของ กกต. เป็นเพียงความบกพร่องหรือมีเจตนาทุจริต และอาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

ท่ามกลางบรรยากาศการรับรองผลเลือกตั้งปี 2569 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทยอยประกาศรายชื่อ ส.ส. ล็อตแรกไปแล้ว 396 คน แต่เมฆหมอกทางการเมืองกลับตั้งเค้าหนาเมื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมกฎหมาย นัดหมายเดินเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อยื่นฟ้อง 7 เสือ กกต. และพวก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ปมปริศนา "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง

หัวใจสำคัญที่ทีมกฎหมายพรรคประชาชนใช้เป็นหมัดเด็ดในการฟ้องร้องครั้งนี้คือ "ระบบบาร์โค้ดและรหัสเลขที่บนบัตรเลือกตั้ง" ซึ่งพรรคระบุว่าร่องรอยดิจิทัลเหล่านี้สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ว่าใครเลือกใคร

นิยามคำว่า "ความลับ" จึงกลายเป็นข้อพิพาทหลัก ขณะที่ กกต. ยืนยันว่าการผูกข้อมูลทำได้ยากและยังถือว่าเป็นความลับ แต่พรรคประชาชนแย้งว่า ตามหลักการสากลและการปกครองระบอบประชาธิปไตย การลงคะแนนลับต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เลยไม่ว่าในทางทฤษฎีหรือปฏิบัติ หากมีกลไกหรือช่องโหว่ที่เอื้อให้เช็กได้ ถือว่า "ความลับ" ของประชาชนถูกทำลายลงทันที

3 คีย์พอยต์ชี้ชะตาการเมือง

ฟ้อง ม.157 พิสูจน์เจตนา: พรรคประชาชนไม่ได้เพียงแค่กล่าวหาลอยๆ แต่ต้องการใช้กลไกศาลพิสูจน์ว่า การนำระบบบาร์โค้ดมาใช้นั้นเป็นความ "บกพร่องโดยสุจริต" หรือมี "เจตนาทุจริต" แฝงเร้นผ่านระบบเทคโนโลยี เพื่อสร้างความรับผิดชอบ (Accountability) ให้เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่รัฐ

แรงกระเพื่อมสู่ "เลือกตั้งโมฆะ": ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะหากศาลชี้มูลว่าบัตรเลือกตั้งทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับจริง ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง นักกฎหมายรุ่นใหญ่ทั้ง นายวิษณุ เครืองาม และนายจรัญ ภักดีธนากุล ต่างให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า "มีโอกาสสูงที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะกลายเป็นโมฆะ" ซึ่งจะส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่นต่อเสถียรภาพของ ส.ส. ที่ได้รับการรับรองไปแล้ว

ปกป้องเสียงประชาชน ไม่ใช่คนขี้แพ้: นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคฯ ย้ำชัดว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในกระดานเลือกตั้ง แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าในอนาคตจะไม่มีใครสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้แทรกแซงหรือคุกคามสิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้ออกไปใช้สิทธิได้อีก

บทสรุปที่ต้องรอคอย

การยื่นฟ้อง กกต. ทั้ง 7 ท่าน ตั้งแต่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.และกรรมการกกต.อื่น ประกอบด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ นายชาย นครชัย 
นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์  นายณรงค์ รักร้อย รวมถึง "พวก" ที่อาจครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่เทคนิคผู้ดูแลระบบบาร์โค้ด คือการเปิดหน้าชกครั้งสำคัญของพรรคประชาชน

ผลการวินิจฉัยของศาลหลังจากวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่า การเลือกตั้งปี 2569 จะเดินหน้าต่อบนการรับรองที่สมบูรณ์ หรือจะต้องนับหนึ่งใหม่บนความเสียหายมหาศาลของงบประมาณและเวลาของประเทศ บทพิสูจน์ความยุติธรรมครั้งนี้จึงอยู่ในมือของกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

พลังประชารัฐ–โอกาสใหม่ เปิดตัวหนุนภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาล