
พูดได้ต้องทำได้
หลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น จากการนำเสนอนโยบายโดนใจชาวบ้านอย่างแรง
หลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น จากการนำเสนอนโยบายโดนใจชาวบ้านอย่างแรง
แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กระบวนการตรวจสอบรัฐบาลจากทั้งภาคประชาชน นักวิชาการ และฝ่ายค้านก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทางภาคประชาชนและนักวิชาการ เริ่มทวงถามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ว่าจะทำเมื่อไหร่ และจะทำอย่างไร โดยต้องการให้มีการลงลึกในรายละเอียด โดยเฉพาะนโยบายที่มีผลกระทบกับประชาชนมาก คือ การยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ และการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากชนะการเลือกตั้งแล้ว คือการเดินสายพูดถึงนโยบายเศรษฐกิจของพรรค ที่แสดงให้เห็นความไม่เป็นเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ เนื่องจากขุนพลเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย แต่ละคนพูดกันไปคนละทางสองทาง รวมทั้งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย ที่พูดถึงนโยบายแบบกลับไปกลับมา
การพูดนโยบายที่ไม่มีความชัดเจนในหลายเรื่องตลอดสัปดาห์ที่แล้ว สร้างความสับสนอลหม่านให้กับเอกชน ที่วิตกกังวลว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เช่น นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช บอกว่า พรรคมีนโยบายจะใช้ค่าเงินคงที่และดอกเบี้ยต่ำ ต่อมาก็บอกว่าไม่มีนโยบายเช่นนั้น
แม้แต่ตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เอง ก็บอกว่า จะทำค่าเงินบาทให้แข็งเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ต่อมาก็บอกว่าจะไม่แทรกแซงค่าเงิน จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศวันละ 300 บาท ก็บอกว่าจะทำเป็นบางพื้นที่ ไม่ได้ทำทั่วประเทศ และการยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ นั้นก็ไม่ได้ยกเลิก แต่จะทำแค่ยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เท่านั้น
นั่นเป็นเพียงตัวอย่างถึงความไม่ชัดเจนในเรื่องการดำเนินนโยบายของพรรคเมื่อครั้งที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งจากนี้ไปรัฐบาลควรจะต้องพูดให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไรแน่ ไม่ใช่พูดเพียงเพื่อจะชนะการเลือกตั้งแล้วทำไม่ได้จริง
ดังนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง แม้พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้งและเป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่ควรจะท้อถอย แต่ต้องเกาะติดและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เมื่อประชาชนเลือกท่านเข้ามาเป็นผู้แทนแล้ว จะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องทำงานให้สมกับที่ประชาชนตั้งความหวังไว้
นอกจากนี้ กลไกของภาคประชาชนและหน่วยงานอิสระ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ก็ควรจะดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อความโปร่งใสและความสบายใจของทุกฝ่าย ว่าจะไม่เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย







