
กระแสแดงอีสานหนุนเพื่อไทยพุ่ง 100 ที่นั่ง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด จำนวน สส. 126 คน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด จำนวน สส. 126 คน
ตั้งแต่ยกแรก พรรคเพื่อไทย (พท.) เหมือนถูกโดดเดี่ยว ในฐานะแชมป์เก่า 97 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งปี 2550 จึงเป็นเป้าหมายที่หลายพรรคจ้องที่จะช่วงชิง แต่กระแสสีแดงที่ท่วมท้นก็ช่วยให้กวาดมาได้ 100 ที่นั่ง
พท.ครองเสียงเบ็ดเสร็จยก 11 จังหวัดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และบึงกาฬ
พื้นที่ซึ่งน่าจับตาคือ จ.นครราชสีมา15 ที่นั่ง ซึ่งพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) และภูมิใจไทย (ภท.) หมายมั่นจะยึดครองเก้าอี้ส่วนใหญ่ แต่ พท.ก็ชิงมาได้ 8 ที่นั่ง เหลืออีก 7 ที่นั่งให้กับ ชพน. 4 ที่นั่ง และ ภท. 3 ที่นั่ง
ส่วน จ.บุรีรัมย์ พื้นที่อิทธิพลของภท. ซึ่งหมายมั่นจะกวาดยกจังหวัด แต่ก็ทำได้เพียง 7 ที่นั่ง ขณะที่ พท.เบียดเข้ามาได้ 2 ที่นั่ง ทำให้อดีต สส.สังกัด ภท. อย่าง ประกิจ พลเดช และ ไตรเทพ งามกมล ต้องสอบตก
ชัยชนะของ พท.นั้นไม่เหนือความคาดหมาย แต่ที่ขาดทุนหนักเห็นจะเป็นภท. ที่เตรียมการแย่งชิงพื้นที่มากว่า 2 ปี แต่ก็ทำได้แค่ 13 ที่นั่ง แม้จะคุมกลไกอำนาจรัฐอย่างกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ไม่อาจฝ่ากระแสเสื้อแดงที่หนุนนำ พท.ได้ เป้าหมายที่พลาดหวัง อาทิ จ.สุรินทร์ พื้นที่ติดต่อกับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง ภท.หมายมั่นจะกวาดยกจังหวัดเช่นกัน แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อ พท.ยึดครองได้ถึง 7 ที่นั่ง เหลือให้ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร อดีต สส.สังกัด ภท. เพียงที่นั่งเดียว
ขณะที่ ศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็ต้องสอบตกที่ จ.นครพนม วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สอบตกที่ จ.มุกดาหารรณฤทธิชัย คานเขต สอบตกที่ จ.ยโสธร ส่วน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่คาดหวังว่าน่าจะสอบผ่านที่ จ.ขอนแก่น ก็ต้องผิดหวัง
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แม้จะรักษาจำนวนเก้าอี้ไว้ได้เท่าเดิม แต่ก็ต้องผิดหวังที่ ไชยยศ จิรเมธากร ต้องพ่ายแพ้ให้กับ ขจิต ชัยนิคม พท. เขต 4 จ.อุดรธานี







