
โอกาสดีของญี่ปุ่น
...ธนพล ไชยภาษี
เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดปีหนึ่งของแบรนด์สินค้าญี่ปุ่นดังที่ผมเคยรับใช้ท่านผู้อ่านมาก่อนหน้านี้ ทั้งจากข่าวคราวการล้มละลายของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส จนมาถึงการเรียกคืนรถยนต์นับล้านๆ คันของหลายค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น
ยิ่งไปกว่านั้นศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเมดอินเจแปนในช่วงหลังนี้ นอกเหนือจากที่จะถูกสินค้าจากจีนและเกาหลีใต้ตีตลาดอย่างหนักแล้ว ยังมีศักยภาพการแข่งขันลดน้อยลงเพราะราคาแพงขึ้น อันเป็นผลจากค่าเงินเยนญี่ปุ่นแข็งตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
หากบอกว่าจีนเป็นตัวอย่างสำคัญของการเน้นการส่งออกเป็นหลักจนทำให้ระบบการค้าโลกเสียสมดุลไปนั้นก็เป็นความจริง แต่ต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นนั้นใช้กลยุทธ์นี้มาก่อนตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเองก็ส่งสินค้าไปตีตลาดทั่วโลกเหมือนกัน ในฐานะสินค้าที่ถูกกว่าฝั่งตะวันตก แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
เศรษฐกิจญี่ปุ่นพึ่งการตลาดต่างประเทศอย่างมากครับ เพราะตลาดในประเทศเองนั้นฝืดมานานหลายปีแล้ว ปัญหาภาวะเงินฝืดรุมเร้าญี่ปุ่นมานาน โดยตลาดหลักของญี่ปุ่นจึงอยู่นอกประเทศเสียส่วนใหญ่ อย่างโตโยต้าเองเมื่อช่วงปีที่แล้วก็เพิ่งจะแซงหน้าเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) แซงหน้าเป็นผู้ขายอันดับ 1 ในสหรัฐไปได้
นักวิเคราะห์บางคนถึงกับบอกว่า หากโตโยต้ามีสุขภาพไม่ดี เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็จะล้มป่วยไปด้วย โตโยต้าถือเป็นดัชนีวัดระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไปในตัว
เพราะโตโยต้าเป็นตัวแทนของรูปแบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหนักที่เน้นการขายแบบ
“แมส” ในปริมาณมากๆ ซึ่งญี่ปุ่นใช้ยุทธศาสตร์เช่นนี้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2แต่นับวันสินค้าประเภทนี้ยิ่งจะมีคู่แข่งมากขึ้นตามที่บอกเอาไว้ ทั้งจากจีนและเกาหลีใต้ โดยเฉพาะสินค้าจากเกาหลีใต้หลายประเภทได้ตีตลาดญี่ปุ่นได้แล้วหลายรายการ เพราะมีราคาถูกกว่า ผสมผสานเข้ากับการส่งเสริมวัฒนธรรมแบบเกาหลีที่กำลังฮิตเข้าไป ทำให้สินค้าเกาหลีใต้หลายตัวครองตลาดแทนญี่ปุ่นไปแล้ว
นักเศรษฐศาสตร์ในญี่ปุ่นหลายรายจึงเห็นว่าถึงเวลาที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะต้องเปลี่ยนถ่ายยุทธศาสตร์กันใหม่ คือ เลิกที่จะผลิตอะไรที่ต้องขายมากๆ ถึงจะทำกำไร และต้องเน้นการควบคุมคุณภาพให้ดี และหันมาเน้นการผลิตสินค้าคุณภาพสูง ขายได้ไม่มาก แต่ได้กำไรมากอย่างเช่นหุ่นยนต์แทน เหมือนกับที่สหรัฐและยุโรปได้ผ่านการเปลี่ยนถ่ายมาแล้วในอดีตครับ
เพราะอนาคตโลกต่อจากนี้ไป สินค้าราคาถูกกว่าคือคำตอบสุดท้ายในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผ่านบทเรียนหนักๆ มามาก ญี่ปุ่นก็ต้องปรับตัวตาม จะไปแข่งกับจีนที่ผลิตได้ทุกอย่าง (แต่ไม่ค่อยจะคิดประดิษฐ์เอง) ต่อไปก็จะสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน
เหมือนกับเศรษฐกิจไทยที่การส่งออกก็จะต้องเน้นไปที่สินค้าคุณภาพสูงขึ้นกว่าคู่แข่ง
อยากจะเป็นแหล่งลงทุนของต่างชาติต่อไปก็ต้องเร่งผลิตแรงงานฝีมือเยี่ยม การเมืองต้องเข้มแข็งมั่นคงครับ
ไม่งั้นโดนเพื่อนบ้านซึ่งมีต้นทุนและอะไรๆ ที่ถูกกว่าตีตาย ทั้งสินค้าและการเป็นแหล่งลงทุนครับ







