
สภาลงมติ278ต่อ212 เลื่อนถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ
ที่ประชุมรัฐสภาเลื่อนพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของคปพร.-ส.ส.พรรคร่วมออกไปก่อนด้วยมติ 278 ต่อ212 เสียง ยกกรอบการเจรจา 6 เรื่องมาพิจารราก่อน
ที่ประชุมรัฐสภาเลื่อนพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของคปพร.-ส.ส.พรรคร่วมออกไปก่อนด้วยมติ 278 ต่อ212 เสียง ยกกรอบการเจรจา 6 เรื่องมาพิจารราก่อน
ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมากจำนวน 278 ต่อ 212 เสียง ให้เลือนระเบียบวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของคปพร.และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล102 คนออกไปก่อน โดยให้ที่ประชุมรัฐสภานำเรื่องกรอบการเจรจาระหว่างประเทศที่ต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 มาพิจารณาก่อนจำนวน 6 เรื่อง
โดยกรอบการเจรจาจำนวน 6 เรื่องเรียงลำดับการพิจารณาดังนี้ 1.กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้ง Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชำระ 2. ร่างข้อตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี 3.บันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและลาว 4.บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและเติร์กเมนิสถาน 5. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทและตุรกี 6.การเข้าร่วมเป็นภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ (OECD)
***สภายังนัว ปชป.เสนอเลื่อนพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ-ภูมิใจไทยค้าน
บรรยากาศการประชุมรัฐสภาหลังจากเสร็จสิ้นการหารือของสมาชิกรัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้เข้าสู่ระเบียบวาระเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) และ ของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล102 คน
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอญัตติให้ที่ประชุมรัฐสภาเลื่อนเรื่องกรอบการเจรจาระหว่างประเทศตามมาตรา 190 จำนวน 6 เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน ประกอบด้วย 1. 1.บันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและลาว 2.บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและเติร์กเมนิสถาน 3. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทและตุรกี
4.การเข้าร่วมเป็นภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ (OECD) 5.กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้ง Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชำระ และ 6. ร่างข้อตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี โดยมีผู้รับรอง 20 ครบตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
ขณะที่ นายจุมพฎ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติให้การประชุมรัฐสภาเป็นไปตามระเบียบวาระเดิมที่ได้มีการบรรจุเอาไว้ ซึ่งมีผู้รับรองครบ 20 คนเช่นกัน
จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายแสดงความเห็น โดยนาย สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยการกับการเลื่อนระเบียบวาระเรื่องอื่นขึ้นมาก่อนเพราะไม่เห็นมีเรื่องไหนสำคัญเท่ากับการพิจารณารัฐธรรมนูญกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า อยากถามประธานรัฐสภาว่าการบรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาเพราะอะไรเพราะว่าสถานการณ์ตอนนี้รู้อยู่ว่าร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆหลังวันที่ 26 ก.พ. เรื่องนี้เป็นเกมต่อรองทางการเมืองของรัฐบาลหรือไม่เพราะมีการบรรจุระเบียบวาระอย่างเร่งด่วนทั้งๆที่ประธานรัฐสภามีเวลาสามารถบรรจุระเบียบวาระได้ถึงวันที่ 21 พ.ค.ทั้งนี้คิดว่าอยากให้มีการอภิปรายและขอมติว่าจะรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันนี้เลยจะได้รู้ว่าจะได้คะแนนจากฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลเท่าไหร ซึ่งหากมีการรับหลักการในวาระที่ 1 นายกฯจะได้ตัดสินใจยุบสภาได้เลย ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะได้มีความชัดเจนว่าจะไมได้รับเสียงจากส.ว.เลย หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผานก็ตกไปเรื่องก็จบ เนื่องจากวิกฤติการเมืองหลายครั้งเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ
นายชัย ชี้แจง ว่ายืนยีนได้ทำตามข้อบังคับการประชุมข้อ 45 ว่าเมื่อรับญัตติแล้วต้องบรรจุระเบียบวาระภายใน 7 วัน ส่วนรัฐสภาจะมีความเห็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของที่ประชุมรัฐสภาจะตัดสินใจ ทั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญของคปพร.ได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาตั้งแต่ปี2550 ตนได้สั่งให้มีการตรวจสอบรายชื่อให้เสร็จสิ้นเดือนต.ค.2551ก็จนได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระ ซึ่งทำตามข้อลังคับทุกอย่าง รับมาก็เหมือนกับกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งรัฐธรรมนูญของคปพร.เมื่อได้มีการบรรจุมาแล้วก็ค้างในวาระมาตลอด เนื่องจากประธานรัฐสภาไม่มีอำนาจสั่งว่าจะต้องเอากฎหมายฉบับไหนขึ้นมาพิจารณาก่อน
โดยตอนนี้อยู่ในระหว่างการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาว่าจะมีการสนับสนุนให้มีการเลื่อนระเบียบวาระตามที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเสนอหรือไม่ก่อนที่จะมีการลงมติต่อไป
***ชัยได้ฤกษ์เปิดประชุมสภาแล้ว หลังเลื่อน10นาทีองค์ประชุมไม่ครบ
เมื่อเวลา 10.00 น. นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ทำการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับคือ ร่างของคป.พร. และร่างของสส.พรรคร่วมรัฐบาล โดยก่อนการเปิดประชุมนายชัยต้องสั่งเลื่อนการเปิดประชุมออกไป 10 นาที เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบโดยมีสส.เข้าประชุมเพียง 304 คน จาก 625 คน ซึ่งหลังจากนั้น ส.ส.ก็ได้ทยอยเดินทางเข้ามาในห้องประชุมจนครบองค์และสามารถเปิดประชุมได้ โดยขณะนี้การประชุมสภาอยู่ระหว่างเปิดให้ สมาชิกหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก่อนเข้าวาระการประชุมต่อไป
***วิปรัฐบาลยืนยันยังไม่พิจารณาร่างแก้ไขรธน.ดันกรอบเจรจาต่างประเทศขึ้นพิจารณาลำดับแรก
นายชัย กล่าวว่า การเลื่อนการพิจารณาญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพิจารณาให้มีการเลื่อนหรือไม่ เช่นเดียวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับคปพร. โดยยืนยันว่าการเลื่อนญัตติดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับการตกลงเรื่องผลประโยชน์งบประมาณของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งส่วนตัวไม่กลัวหากพรรคการเมืองใหม่จะยื่นถอดถอนตนเองออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภา เพราะที่ผ่านมายืนยันว่าทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย
นายชัย ยังปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะยกมือสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขรธน.ของร่าง คปพร. เพราะตนไม่เคยเข้าประชุมพรรค ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่หนักใจในการควบคุมการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ หากฝ่ายค้านมีการทวงถามความชัดเจนในการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป
ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่าในวันนี้จะเสนอเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองร่างออกไปก่อน เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะยังมีเวลาที่จะพิจารณาในสมัยประชุมนี้อยู่ ทั้งนี้ วิปรัฐบาลเห็นว่า จะนำกรอบการเจรจาระหว่างประเทศขึ้นมาพิจารณาก่อน
ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับของคปพร. และฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล เกี่ยวข้องกับการต่อรองผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีความลงตัว แต่อย่างไรก็ตาม นายชัย ชิดชอบ ในฐานะประธานรัฐสภา จะต้องมีคำตอบให้กับสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากการเลื่อนญัตติในเวลาที่กระชั้นชิดแสดงให้เห็นว่าเป็นการเลื่อนวาระที่กระทำด้วยความรีบร้อน เพราะนอกจากนายชัยจะทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแต่ก็ต้องยอมรับว่าชัยเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยที่มีส่วนในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลด้ว
***พธม.ลุยยื่นถอดประธานรัฐสภาบรรจุญัตติแก้รธน.
นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า กลุ่มพันธมิตรฯ จะส่งตัวแทนยื่นถอดถอนนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาในวันนี้ เนื่องจากนายชัยได้บรรจุระเบียบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550(คป.พร.) ถือเป็นจงใจใช้อำนาจการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ
แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า การที่นายชัย บรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามร่างฉบับของ คป.พร.ที่เสนอโดยกลุ่มคนเสื้อแดง และญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของส.ส.ตามร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภานั้น เป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ซึ่งส่อว่าเป็นการจงใจในการใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฏหมาย
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล วานนี้ (10 ก.พ.) ที่ประชุมได้มีมติให้บันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศจำนวน 4 ฉบับ และกรอบการเจรจาที่กระทรวงการคลังเสนออีก 2 ฉบับ ซึ่งมีความสำคัญขึ้นมาพิจารณาก่อน โดย พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเห็นสอดคล้องกันว่า ไม่เหมาะสมที่จะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาในช่วงนี้ จึงขอให้นำญัตติดังกล่าวไปพิจารณาในการประชุมรัฐสภานัดหน้า ซึ่งยังไม่ได้ระบุวันประชุมที่แน่ชัด







