
ปชป.ขึ้นเหนือปราศรัยใหญ่ครั้งแรก
อภิสิทธิ์ นำทัพแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเหนือปราศรัยใหญ่ที่พิษณุโลก ชูนโยบายประกันรายได้เกษตรกรหาเสียง ประชาชนนับหมื่นร่วมฟัง
อภิสิทธิ์ นำทัพแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเหนือปราศรัยใหญ่ที่พิษณุโลก ชูนโยบายประกันรายได้เกษตรกรหาเสียง ประชาชนนับหมื่นร่วมฟัง
เวลา 19.00 น.วันที่ 24 มิ.ย. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดปราศรัยใหญ่แห่งแรกในเขตภาคเหนือ มีประชาชนมาร่วมรับฟังร่วม 20,000 คน พร้อมกับผู้สมัครสส.ในจังหวัดพิษณุโลกทั้ง 5 คน และการปราศรัยครั้งนี้ เป็นสถานที่เดียวกับที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1พรรคเพื่อไทย มาเปิดปราศรัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายอภิสิทธิ์ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ ประชาธิปัตย์ ที่มาคอยมอบดอกไม้ พวงมาลัย พร้อมชูป้ายเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ท่ามกลางการอารักขาอย่างเข้มงวดโดยตำรวจนอกและในเครื่องแบบ และไม่มีกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามาก่อกวนแต่อย่างใด มีผู้สนับสนุนรายหนึ่งได้มอบพระบรมสาธิศลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชให้กับนายอภิสิทธิ์บนเวทีปราศรัยด้วย
ทั้งนี้ การหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ บนเวทีปราศรัยจังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ ได้เน้นเรื่องนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเป็นพิเศษ โดยชี้ให้เห็นว่า จะเป็นการเลือกข้างอย่างชัดเจนว่า เกษตรกร ต้องการระบบประกันรายได้ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เริ่มต้น หรือ ต้องการระบบจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้การเลือกตั้งการแข่งขันกันของสองพรรคใหญ่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย สส.ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคุณนิยม ช่างพินิจ ค้านโครงการประกันรายได้มาตลอด และพรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะยกเลิกโครงการประกันรายได้ ยกเลิกเงินส่วนต่าง จะกลับไปใช้ระบบจำนำ
“ในการปราศรัยที่กรุงเทพฯ ผมพูดชัดเจนว่า ขณะที่เราคุยกันเรื่องการศึกษาของเด็ก เรื่องยาเพสติด เรื่องเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน เรื่องผู้สูงอายุ แต่พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศเหมือนกันว่างานสำคัญของเขา คือการพาทักษิณกลับบ้านล้างความผิด พี่น้องจะเอาพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเดินหน้าเพื่อประชาชน หรือจะเลือกเพื่อไทยที่หาเสียงว่าจะพาทักษิณกลับบ้าน นอกจากจะพากลับบ้านแล้ว ถ้าล้างความผิดนิรโทษกรรม จะต้องนำเงินพี่น้องประชาชนอีก 46,000 ล้านบาทไปคืนให้กับคุณทักษิณ ที่คุณทักษิณบอกว่าจนแล้ว เหลือเงินแค่ 30,000 ล้านบาท พี่น้องจะยอมไหมครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ใช้เวลาปราศรับประมาณ 30 นาที จากนั้นได้ขึ้นรถยนต์เดินทางกลับกรุงเทพฯมหานครทันที







