posttoday
ลิ้นไก่โผล่ ตั้งเงื่อนแบ่งเก้าอี้โค้งสุดท้าย

ลิ้นไก่โผล่ ตั้งเงื่อนแบ่งเก้าอี้โค้งสุดท้าย

24 มิถุนายน 2554

การเมืองเริ่มเข้าสู่การต่อรองผลประโยชน์ ยังไม่ทันถึงวันเลือกตั้ง

การเมืองเริ่มเข้าสู่การต่อรองผลประโยชน์ ยังไม่ทันถึงวันเลือกตั้ง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การเมืองเริ่มเข้าสู่การต่อรองผลประโยชน์ ยังไม่ทันถึงวันเลือกตั้ง พรรคร่วมก็เริ่มกดดันต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคใหญ่แล้ว

ชาติไทยพัฒนา ออกตัวแรงก่อนเพื่อน เหลืออีกสัปดาห์กว่าจะถึงวันเลือกตั้ง 3 ก.ค.

ชุมพล ศิลปอาชา ปราศรัยกับชาวบ้านเขว้า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ว่า หลังเลือกตั้งพรรคขอจองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“มีคนถามผมว่า หลังเลือกตั้งจะผสมพันธุ์กันอย่างไร ซึ่งตามกติกาแล้ว ถ้าพรรคไหนได้อันดับ 1 จะต้องได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน คือต้องเป็นพรรคที่ได้คะแนนมากที่สุด แต่ถ้าจัดไม่ได้ก็ค่อยให้พรรคที่ 2 เขาจัด ก็ต้องมาดูว่านโยบายมันไปด้วยกันได้หรือไม่ และพรรคนั้นต้องยอมรับนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนาได้ เราจะยอมร่วมรัฐบาลด้วย และพรรคชาติไทยพัฒนาก็จะขอกระทรวงเกษตรฯ ถ้าไม่ให้ก็ไม่ร่วม”

 

ลิ้นไก่โผล่ ตั้งเงื่อนแบ่งเก้าอี้โค้งสุดท้าย

ถัดมาวานนี้ ชุมพล ขยายต่อขอ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำงานแบบครบวงจร

เงื่อนไขของ “พรรคปลาไหล” ได้ยินกันแล้วสองรูหู ใครจะเอาเข้าร่วม ต้องให้ชาติไทยพัฒนาดูแลเก้าอี้ชุดเดิม รมว.เกษตรฯ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รมช.คมนาคม ขอเพิ่มอีกตำแหน่ง รมต.พาณิชย์

ทั้งที่ยังไม่รู้ได้ที่นั่งเท่าไรก็ต่อรองผลประโยชน์กันดังๆ ไม่ต้องเขินอายประชาชนข้อดีคือ คิดอะไร ก็เปลือยผ้าพูดดังๆ ไม่อ้อมค้อม

แต่ทำให้เห็นว่าฉากหน้าของพรรคการเมือง ที่ชูนโยบาย “ปรองดองสีชมพู” ไม่เอาความขัดแย้ง ไม่เอาการนิรโทษกรรมให้คนคนเดียว เป็นแค่การหาเสียงให้ติด “กระแสปรองดอง” สัจธรรม ที่แท้อยู่ที่ขั้วไหนจะให้เก้าอี้ รัฐมนตรีแบบจัดหนัก สมน้ำสมเนื้อได้มากกว่า

การส่งสัญญาณของชาติไทยพัฒนาครั้งนี้ สะกิดให้เพื่อไทยรู้ เพราะก่อนหน้านี้ ชุมพล เพิ่งประกาศว่า กระแสของเพื่อไทยมาแรงมากในภาคอีสานจนพรรคอาจต้องยอมแพ้ ในมุมของพรรคเติ้งคือ เพื่อไทยมีโอกาสสูงจะชนะเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 99.99%

ชาติไทยพัฒนาอาจถือว่าเป็น “ตัวแปร”จัดตั้งรัฐบาลเพราะเป็นพรรคกลางที่ลื่นไหลเข้าได้ทั้งสองขั้ว จึงมี อำนาจต่อรองสูง โดยเฉพาะขั้วสีแดงที่ “บิ๊กเติ้ง” กับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ (เสธ.หนั่น) มีสัมพันธ์ลึกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ถ้าเพื่อไทยไม่ได้ชาติไทยพัฒนามาเป็นพวกตั้งรัฐบาล ก็ไปไม่รอดเช่นกัน พ.ต.ท.ทักษิณ จะหันไปหาพรรคอื่น ก็มีตัวเลือกไม่มากนักไม่ว่า ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ของเสี่ยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ น่าจะอยู่ที่ 10 ที่นั่งพลังชล ไม่เกิน 5 ที่นั่ง ที่เหลือก็หวังยาก

ที่ไม่ร่วมเพื่อไทยแน่ๆ คือ ประชาธิปัตย์ภูมิใจไทย ส่วนที่มีแนวโน้มรองลงมา เป็นพรรคเบี้ยหัวแตก เช่น “มาตุภูมิ” ของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็เป็นปฏิปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จากการยึดอำนาจ 19 กันยา“รักประเทศไทย” ของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ประกาศขอเป็นฝ่ายค้าน หรือ “รักษ์สันติ”ของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อาจได้ 1-2 ที่นั่ง ก็เคยหนี พ.ต.ท.ทักษิณ สมัยอยู่ไทยรักไทย

พรรคบรรหารจึงกล้าเสียงดัง ขอเก้าอี้รัฐมนตรีตั้งแต่ผลยังไม่ออก

ถ้ามองพรรคอื่นที่มีเปอร์เซ็นต์ถูกดึงเข้าร่วมกับเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลก่อน อย่าง ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ก็มีเงื่อนไขลึกๆขอ “กระทรวงพลังงาน” ที่เดิม

ในขั้วของประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยที่ผูกขากับสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะเพื่อไทยประกาศจะไม่ให้คนเนรคุณเข้าร่วมรัฐบาล ก็ตีตราจองกระทรวงเกรดเอเดิม “มหาดไทยคมนาคม” เพราะคุมงบประมาณหลายแสนล้าน ส่วนพาณิชย์อาจปล่อยให้ประชาธิปัตย์

แม้ภูมิใจไทยจะมีภาพฟกช้ำกับความไม่โปร่งใสที่บริหารงานในกระทรวงเหล่านี้ แต่ก็ยังมีอำนาจต่อรองกับประชาธิปัตย์ในกรณีเพื่อไทยชนะแต่ได้เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง

เมื่อการหาเสียงเดินมาสู่ 3 ยกสุดท้ายก่อนครบ 12 ยก ก็เห็นภาพลางๆ ว่า อำนาจกำลังเปลี่ยนมาที่พรรคสีแดงที่ชนะแน่ แค่ลุ้นว่าจะชนะคะแนนหรือชนะน็อกประชาธิปัตย์ได้เสียงกึ่งหนึ่งหรือไม่

ภูเขาน้ำแข็งของนักการเมืองโผล่ จับจอง แบ่งสัมปทานเก้าอี้รัฐมนตรีกันเห็นๆ ไม่นับพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยที่ภายในอลหม่านประลองกำลังกันวุ่นวาย “ใครปักป้ายกระทรวงไหน”

พรรคขนาดกลางและเล็กที่ชูตัวเองว่าจะมีบทบาทลดความขัดแย้งในบรรยากาศที่ประเทศยังวิกฤตแตกแยกด้วยสโลแกน “ปรองดอง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” ที่สุดแล้วเป็นแค่การสร้างภาพ เพราะเนื้อแท้ยังมองเรื่องผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับเป็นใหญ่

เอวังประเทศไทยเสียจริง...

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม