posttoday
ระเบิดเวลาเพื่อไทย!

ระเบิดเวลาเพื่อไทย!

23 มิถุนายน 2554

เห็นปฏิกิริยาจากกลุ่มต้านพรรคเพื่อไทยแล้ว ต้องบอกว่าถ้า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ

เห็นปฏิกิริยาจากกลุ่มต้านพรรคเพื่อไทยแล้ว ต้องบอกว่าถ้า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เห็นปฏิกิริยาจากกลุ่มต้านพรรคเพื่อไทยแล้ว ต้องบอกว่าถ้า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ จะเผชิญงานหนักในภาวะไฟความแตกแยกที่ยังร้อนระอุ

ประเด็นแรก กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ลงนามในหนังสือ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคเพื่อไทย!

พันธมิตรกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตัดสิทธิทางการเมืองและต้องโทษหนีอาญาแผ่นดิน แต่กลับกำหนดนโยบายให้กับพรรคเพื่อไทย จากป้ายหาเสียงที่ระบุว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เป็นการผิดกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.

 

ระเบิดเวลาเพื่อไทย!

จะฟ้องแก้เกี้ยวเพื่อให้เห็นว่า พันธมิตรไม่ได้ซูเอี๋ยกับทักษิณ หรือตามล้างคู่อริทักษิณให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ถือเป็นระเบิดเวลาที่พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญคดียุบพรรครอบ 3 หากได้เป็นรัฐบาล

ทว่า ประสบการณ์ที่มีมากกว่าทุกพรรค เพราะถูกยุบมา 2 ครั้ง ทักษิณได้แก้เกมให้แกนนำตัวจริงไม่นั่งเก้าอี้กรรมการบริหารพรรค เมื่อยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค หากพรรคเพื่อไทยถูกยุบอีก ก็ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเว้นวรรค 5 ปี

กระนั้น ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากถูกยุบพรรค คือ ช่วงที่ สส.ต้องย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ อาจเกิด “กลุ่มงูเห่า” ต่อรองราคา กระเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเพื่อไทยได้

ประเด็นที่สอง วิบากกรรมที่ยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญ คือ การตรวจสอบจากกลุ่มเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) นำโดย แก้วสรร อติโพธิ และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ที่ก่อรูปคัดค้านทักษิณในขณะนี้

ที่ผ่านมา “แก้วสรร-นพ.ตุลย์” ได้ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ โดยยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินคดีกับ “ปูแดง” ยิ่งลักษณ์ และพวก ข้อหาให้การเท็จในคดีซุกหุ้นทักษิณ ระบุพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระทำความผิด 3 ฐานความผิดคือ 1.พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ฐานแจ้งธุรกรรมหรือโครงสร้างผู้ถือหุ้นชินคอร์ปอันเป็นเท็จ 2.ความผิดฐานให้ข้อมูลการถือครองหุ้นอันเป็นเท็จต่อ คตส. และ 3.ความผิดฐานเบิกความในข้อมูลการถือครองหุ้นอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกานักการเมือง

ประเด็นที่สาม ความขัดแย้งและการไม่ลงรอยกับกองทัพในยุคที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงผู้นำเหล่าทัพต่างๆ ที่มีจุดยืนคนละขั้วกับนักการเมืองสีแดงและตระกูลชินวัตร จน “บิ๊กตู่” ออกมาแสดงจุดยืนเรียกร้องให้คนไทยอย่าเลือกนักการเมืองที่ทำร้ายสถาบัน

หากยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ ใช่ว่าจะแก้ปัญหานี้ด้วยการสั่งเด้ง ผบ.เหล่าทัพ เหมือนที่ผ่านมา เรื่องนี้จะทำได้ยากกว่าเดิม เพราะสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้คลอด พ.ร.บ.จัดระเบียบกลาโหม ให้มีคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล ประกอบด้วย รมต.กลาโหม ปลัดกระทรวง ผบ. สส. ผบ.เหล่าทัพ เพื่อป้องกันฝ่ายการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย

ประเด็นที่สี่ การหมิ่นสถาบัน ที่คนในพรรคเองก็เป็นห่วงลึกๆ ว่า นี่จะเป็นเงื่อนไขใหญ่ที่ลุกลามกระเทือนพรรคเพื่อไทยเนื่องจากขบวนการเสื้อแดงวันนี้ใหญ่โตทั้งแดง นปช.และแดงสยาม และการขับเคลื่อนของทักษิณ เพื่อไทยและเสื้อแดงที่ผ่านมาก็ล่อแหลม ล้ำเส้น หากยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และไม่แสดงความจริงใจที่จะหามาตรการป้องกันการหมิ่นสถาบันหรือปิดเว็บไซต์เครือข่ายแดงที่ถูกขึ้นบัญชีดำจำนวนมากก็อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจได้

ประเด็นที่ห้า ความเคลื่อนไหวของเครือข่ายสมาคมต่างๆ เช่น องค์กรสื่อ องค์กรด้านธุรกิจ อย่าง สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ออกแถลงการณ์ก้าวข้ามความรุนแรงสู่สังคมปรองดอง สาระสำคัญเรียกร้องให้ทุกพรรคและทุกกลุ่มการเมืองยอมรับผลเลือกตั้ง และกระบวนการสร้างปรองดองต้องทำโดยองค์กรที่เป็นอิสระและไม่ใช่คู่กรณี ซึ่งขัดแย้งกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ขู่ว่า ถ้าเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ระวังจะล้มทั้งกระดาน รวมถึงแนวทางปรองดองที่ยิ่งลักษณ์ระบุว่า จะตั้งคณะกรรมการปรองดองโดยดึงคู่ขัดแย้งรวมเป็นกรรมการ

ห้าปัจจัยคร่าวๆ เป็นแค่ภาพที่เริ่มปรากฏให้เห็นยังไม่นับปัญหาวุ่นวายอื่นๆ แต่หากยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ขึ้นมาจริงและดำเนินนโยบายเพื่อคนส่วนรวม ไม่ทำเพื่อคนคนเดียวจะช่วยลดแรงต่อต้านได้มาก

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่