posttoday
ประเทศนี้ต้องไม่มีขอทาน

ประเทศนี้ต้องไม่มีขอทาน

09 มิถุนายน 2554

ในจำนวนป้ายหาเสียงนับหมื่นป้ายที่ผมเห็นบนท้องถนน

ในจำนวนป้ายหาเสียงนับหมื่นป้ายที่ผมเห็นบนท้องถนน

โดย..อรุณ จิรชวาลา

ข้อความที่โดนใจผมที่สุดคือ “ประเทศนี้ต้องไม่มีคนว่างงาน” ของพรรคภูมิใจไทย

ทุกครั้งที่เดินถนนและเห็นขอทานนั่งกราบไหว้ขอเศษเงิน ผมจะรู้สึกหงุดหงิด บางครั้งถึงกับต้องเดินหลบหรือเบือนหน้าหนี นอกจากผมจะไม่ให้เงินขอทานแล้ว ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่า คนใจบุญทั้งหลายมีส่วนในการทำให้อาชีพขอทานไม่หมดไปจากแผ่นดินไทย

ขอทานที่น่ารังเกียจที่สุดในความรู้สึกของผม คือกลุ่มที่ใช้วิธีบังคับเช็ดกระจกรถตามสี่แยก คนขับบางคนจำใจให้เงินเพื่อซื้อความรำคาญ บางคนก็ให้เพราะกลัวรถถูกขีดข่วน สำหรับผม หากโบกมือปฏิเสธแล้วยังไม่ยอมหยุด ก็จะใช้วิธีบีบแตร ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ผลทุกครั้ง ใครจะเอาวิธีนี้ไปใช้บ้างก็ได้นะครับ

ผมจะสะเทือนใจมากเป็นพิเศษเมื่อเห็นขอทานเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้หญิง เพราะอาชีพนี้นอกจากไม่ควรให้เด็กเรียนรู้และฝึกฝนแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อตัวเด็กเองและต่อสังคมไทยในอนาคต

ผมจะรู้สึกโกรธหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ปล่อยปละละเลยให้มีขอทาน เช่น ตำรวจ กทม. เทศบาล มหาดไทย แรงงาน สังคมสงเคราะห์ เรื่อยไปจนถึงรัฐบาลทั้งคณะ

หลายคนอาจจะแย้งว่า สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเมตตา คนไทยชอบทำบุญและชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะห้ามทั้งคนให้และคนรับ

แต่ผมอยากจะยืนยันว่า ปัญหาขอทานเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ไม่ยาก น่าเสียดายที่คำตอบบนแผ่นป้ายหาเสียงที่บอกว่า “กองทุนจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง” ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

แม้การวินิจฉัยโรคจะแม่นยำ แต่หากให้ยาผิดขนาน คนไข้ก็ตายได้เหมือนกัน

ก่อนจะเสนอวิธีแก้ปัญหาขอทาน ขอพูดถึงสภาพทั่วไปของตลาดแรงงานก่อน

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก คือปัจจุบันอยู่ในระดับประมาณ 0.7% เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้มาจากจำนวนคนว่างงานประมาณ 2.7 แสนคน จากแรงงานทั่วประเทศเกือบ 39 ล้านคน

ในจำนวนคนว่างงานนี้ เป็นคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อน เช่น เด็กจบใหม่ 1.1 แสนคน ที่เหลือเคยทำงานมาแล้ว แต่ขณะนี้ตกงาน

2 ปีก่อน ช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ อัตราว่างงานเคยขึ้นไปสูงสุดเกือบ 2% คิดเป็นจำนวนกว่า 7 แสนคน

เปรียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันอัตราการว่างงานของสิงคโปร์อยู่ที่ระดับ 2% มาเลเซีย 3% อินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ประมาณ 7%

ไกลออกไป ตัวเลขล่าสุดของสหรัฐอยู่ที่ 9.1% ประชาคมยุโรปประมาณ 10% โดยกรีซซึ่งกำลังมีปัญหาการเงินอยู่ที่ 13% และที่สูงจนน่ากลัวคือสเปน ที่ 21%

ย้อนกลับมาที่คนว่างงานในบ้านเรา เกือบทั้งหมดถูกจัดอยู่ในประเภทเลือกงานบ้าง ยังไม่อยากทำอะไรบ้าง หรือเป็นประเภททำงานตามฤดูกาล คนที่หางานทำไม่ได้ทั้งๆ ที่พยายามอย่างหนัก และไม่เลือกงานแทบจะไม่มีเลย

คนว่างงานกลุ่มใหญ่ที่สุดของเราคือกลุ่มที่จบปริญญา คือมีถึงประมาณ 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่ยอมทำงานที่ตนรู้สึกว่าไม่สมศักดิ์ศรีของคนมีปริญญา ซึ่งแบบนี้ไม่เรียกว่าเลือกงาน ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

ในความเป็นจริง ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาดแคลนแรงงาน อาจจะมีคนงานไทยนับแสนคนที่ดิ้นรนไปทำงานในสิงคโปร์ ไต้หวัน หรือตะวันออกกลาง แต่ไม่ใช่เป็นเพราะหางานในเมืองไทยไม่ได้ เพียงแต่อยากได้รายได้ที่สูงขึ้น

อีกด้านหนึ่ง เราต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าว ทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายนับล้านคน ส่วนใหญ่จากพม่า ลาว และกัมพูชา เพื่อมาช่วยลดปัญหาการขาดแคลนทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคครัวเรือน

ตัวเลขของทางการบอกว่าเรามีแรงงานต่างด้าวประมาณ 1.5 ล้านคน แต่ผมเชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงคงไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน เพราะสมัยนี้ไม่ว่าไปที่ไหนก็เจอคนทำงานที่หน้าตาไทยๆ แต่อ่านหนังสือไม่ออกและพูดไทยไม่ชัดเต็มไปหมด

กล่าวกันว่า แรงงานต่างด้าวเข้ามาเติมเต็มงานประเภทที่คนไทยเองไม่ยอมทำ ซึ่งหากคำพูดนี้เป็นจริง เหตุใดจึงยังมีคนไทยประกอบอาชีพขอทานอยู่ ทำไมไม่ไปของานทำกับนายจ้างที่ขาดคนงานและต้องจ้างแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นงานโรงงาน งานบริกรร้านอาหาร หรืองานรับใช้ทั่วไป อย่างน้อยอาชีพเหล่านี้ก็น่าจะดีกว่าการต้องหมอบกราบอ้อนวอนผู้คนเพื่อขอเศษเงิน

ผมสันนิษฐานว่า คนไทยที่ยังจำใจประกอบอาชีพขอทาน เป็นเพราะเขาไม่ทราบว่ายังมีทางออกอย่างอื่นที่ดีกว่าสำหรับชีวิต

เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องจูงมือและชี้ทางสว่างให้กับคนด้อยโอกาสเหล่านี้

ผมขอเสนอวิธีแก้ไขง่ายๆ ดังนี้

หนึ่ง มอบหมายให้ตำรวจมีหน้าที่ทำให้ถนนหนทางและที่สาธารณะปลอดขอทาน เมื่อพบเห็นให้รวบตัวมา เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

สอง มอบหมายให้มีหน่วยงานอื่นมารับเรื่องต่อจากตำรวจในทุกกรณี เช่น ในกรณีที่เป็นขอทานผู้ใหญ่ในวัยทำงาน ให้ส่งต่อให้กระทรวงแรงงานเพื่อนำไปฝึกอาชีพ หรือหางานให้ในหน่วยงานหรือธุรกิจที่ขาดแคลนคนงาน เช่น งานเก็บขยะ กวาดถนน งานโรงงาน หรืองานก่อสร้าง เป็นต้น

ในกรณีที่เป็นเด็กหรือเยาวชน ให้ส่งต่อให้หน่วยงานที่ทำเรื่องสงเคราะห์เด็ก เพื่อให้ติดต่อประสานงานกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนให้ความช่วยในเรื่องการศึกษาและโภชนาการ ส่วนเด็กกำพร้าก็ส่งต่อให้สถานรับเลี้ยง

ในกรณีของคนพิการและคนชราที่ประกอบอาชีพไม่ได้ ก็ส่งต่อให้หน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยติดต่อญาติพี่น้องมารับไปดูแล หรือหากไม่พบก็ให้ไปอยู่สถานสงเคราะห์ เป็นต้น

หรือหากพบว่าเป็นขอทานต่างด้าว ก็จัดการส่งกลับประเทศ

ทั้งหมดนี้สามารถทำให้เกิดผลได้โดยไม่ต้องตั้งกองทุนจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง และโดยแทบจะไม่มีภาระทางงบประมาณ หรือถึงจะต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้หน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องบ้าง ก็น่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของวงเงินงบประมาณปีละกว่า 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล

พรรคไหนจะเอาเรื่องนี้ไปใช้เป็นนโยบายหาเสียงก็ยินดีนะครับ  

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69