posttoday
ร้องหมอทำคลอดลูกแฝดตาบอด

ร้องหมอทำคลอดลูกแฝดตาบอด

07 มิถุนายน 2554

แม่เด็กฝาแฝดวัย 5 เดือนแจ้งความเอาผิดรพ.ทำคลอดลูกตาบอด ด้านหมอชี้แจง เด็กคลอดก่อนกำหนด จอประสาทตายังเจริญไม่ดี แพทย์พยายามช่วยเต็มที่แล้ว ยืนยันพร้อมให้การช่วยเหลือ

แม่เด็กฝาแฝดวัย 5 เดือนแจ้งความเอาผิดรพ.ทำคลอดลูกตาบอด ด้านหมอชี้แจง เด็กคลอดก่อนกำหนด จอประสาทตายังเจริญไม่ดี แพทย์พยายามช่วยเต็มที่แล้ว ยืนยันพร้อมให้การช่วยเหลือ

น.ส.กชวรรณ โตทรัพย์  พร้อมด้วย นายอุทัย พันละออ  อยู่บ้านเลขที่1139/6 ม.1 ต.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา สองสามีภรรยา อุ้มลูกฝาแฝด 2 คน คือ ด.ญ.เพชรรัตน์ พันละออ (น้องไหม) และ ด.ญ.อมรรัตน์ พันละออ(น้องหม่อน) อายุ 5 เดือน 18 วัน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ไพฑูรย์ พันตานุสนธิ์ สารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2553 เดินทางมาคลอดบุตรยังที่โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา ตามระบบการส่งต่อ ของ โรงพยาบาลพนมสารคาม ซึ่งขณะนั้นมีอายุครรภ์ได้ 7 เดือน 

ทั้งนี้หลังคลอดบุตรออกมาเป็นเพศหญิงฝาแฝด คนแรก คือ น้องไหม มีน้ำหนัก 1,090 กรัม ส่วนที่สอง คือ น้องหม่อน มีน้ำหนัก 1,100 กรัม โดยภายหลังการคลอดทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้นำบุตรทั้งสองคน เข้าอยู่ในตู้อบในทันที ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ใช้เวลาในการดูแลเด็ก อยู่ภายในตู้อบเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน จนน้องไหมบุตรคนที่คลอดออกมาเป็นคนแรกนั้นมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงดีแล้ว จึงได้ส่งกลับไปเลี้ยงยังที่บ้าน เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2554 

ขณะที่น้องหม่อน หรือบุตรคนที่สองนั้น เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2554 ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้มาบอกว่า น้องหม่อนมีอาการผิดปกติทางด้านสายตา จึงยังคงต้องอยู่ในความดูแลของทางแพทย์ต่อไปก่อน ต่อมาทางโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา ได้บอกอีกว่าจะต้องนำตัวเด็กส่งไปรักษาต่อยังที่โรงพยาบาลเด็ก ในกรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างนั้นทางโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทราได้ให้กลับไปพักอยู่ยังที่บ้านก่อน จึงได้ออกจากโรงพยาบาลไป เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2554 

น.ส.กชวรรณ กล่าวอีกว่า จากนั้นในวันที่ 8 มี.ค.54 บุตรสาวจึงได้ถูกส่งไปยัง รพ.เด็ก เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจรักษา โดยที่แพทย์ที่ รพ.เด็ก ได้ทำการส่องกล้องตรวจอาการ และนัดให้นำเด็กมาทำการผ่าตัด ยิงเลเซอร์ เมื่อวันที่ 9 มี.ค.54 ซึ่งก็ได้ไปตามนัด แต่หลังจากแพทย์ได้นำเด็กเข้าไปทำการผ่าตัด กลับบอกว่าไม่สามารถที่จะทำการผ่าตัดรักษาตาของเด็กให้หายกลับมาเป็นปกติได้แล้ว เนื่องจากอาการได้เลยระยะเวลาที่จะทำการรักษาไปถึงระยะที่ 5 แล้ว ซึ่งการรักษาควรจะอยู่ที่ระยะ 2-3 เท่านั้น จึงจะทำการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจากเด็กได้รับอ๊อกซิเย่น มากเกินไปจนทำให้จอประสาทตาเกิดเป็นผังพืดหนามาก จนไปถึงจอประสาทตา และจอประสาทตาได้หลุดลอกออกมา จนตาทั้งสองข้างบอดสนิทไปแล้ว และไม่สามารถทำการผ่าตัดรักษาได้ จึงต้องจำใจพาบุตรสาวเดินทางกลับบ้าน

ด้านนพ.วีระพงษ์ เพ่งวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น สาเหตุเนื่องจากเด็กคลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์เพียง 28 สัปดาห์ หรือประมาณ 7 เดือน 4 วัน เด็กมีน้ำหนักน้อยมาก เพียง 1,090 กรัม และ 1,100 กรัม อวัยวะต่างๆจึงยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน จอประสาทตายังเจริญไม่ดี

ทั้งนี้หลังคลอดออกมาทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือชีวิตเด็กทั้งสองคนเอาไว้ ด้วยการนำเข้ายังตู้อบ พร้อมกับการให้อ็อกซิเจน ก่อนที่จะได้ทำการติดต่อไปยังสถาบันเด็กแห่งชาติ ซึ่งมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบในการตรวจรักษามากกว่า ให้ช่วยทำเลเซอร์ให้ จากนั้นจึงได้มีการส่งต่อ และนัดหมายอย่างต่อเนื่องกันไป ในการตรวจรักษา ถึง 3- 4 ครั้ง

อย่างไรก็ตามในแต่เบื้องต้นทางโรงพยาบาลเตรียมให้การช่วยเหลือตามมาตรา 41 โดยผู้พิการจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินประมาณ 150,000 บาท แต่ทางฝ่ายของมารดาเด็ก นั้น ยังไม่ได้ยินยอมเซ็นให้มีการดำเนินการไปตามระเบียบขั้นตอนแต่อย่างใด หลังจากที่ได้มีการเข้ามาพูดคุยเจรจากัน ก่อนหน้านี้แล้ว

ร้องหมอทำคลอดลูกแฝดตาบอด

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน