
ดันรีดภาษีหุ้น
เลขาธิการกลต.เสนอรัฐบาลใหม่สูบรายได้ตลาดทุนถมนโยบายประชานิยม
เลขาธิการกลต.เสนอรัฐบาลใหม่สูบรายได้ตลาดทุนถมนโยบายประชานิยม
“ธีระชัย” เสนอแนวคิดเก็บภาษีกำไรหุ้นเงินปันผลในอัตราก้าวหน้า รับมือนโยบายประชานิยมของนักการเมือง
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องแบกรับภาระในการหารายได้ให้ได้มากขึ้น และกลายเป็นภาระของรัฐบาลในการหาเงินเพื่อมาสนับสนุนนโยบายประชานิยม ประชาวิวัฒน์ ดังที่พรรคการเมืองต่างๆ มุ่งเน้นและประกาศเป็นนโยบาย
“ดังนั้น อนาคตมีความจำเป็นและต้องการรายได้ในจำนวนที่มากขึ้น จึงอยากเสนอให้ทุกพรรคหรือรัฐบาลกลับไปคิดว่าถึงเวลาที่จะมีการทบทวนการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะในส่วนของภาษีจากเงินลงทุน ภาษีจากเงินปันผล และภาษีจากดอกเบี้ยหรือไม่” นายธีระชัย กล่าว
เลขาธิการ ก.ล.ต. ยกตัวอย่างกรณีการขายหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พ.ต.ท.ทักษิณขายหุ้นได้กำไรหลายหมื่นล้านบาท แต่ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นถึงเวลาที่เราจะมีการทบทวนการจัดเก็บภาษีหรือไม่
นายธีระชัย นำเสนอต่อไปว่า หากมีการจัดเก็บก็ควรให้มีการจัดเก็บในอัตราก้าวหน้า หรือเป็นขั้นบันได เช่น หากมีเงินได้จากเงินปันผลมากกว่า 100 ล้านบาท ควรเสียภาษีในอัตราเท่าไร จากเดิมที่คงที่ที่ 10% และหากมีกำไรจากเงินลงทุนเกิน 100-1,000 ล้านบาท ควรจะเก็บภาษีเท่าไร จากที่ทุกวันนี้ภาษีกำไรจากเงินลงทุนไม่ต้องเสียหรือมีอัตรา 0%
“นี้เป็นข้อเสนอส่วนตัวที่อยากเห็นการทบทวนการจัดเก็บภาษี และมองว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับคนทำงาน เพราะทุกวันนี้การจัดเก็บภาษีของประเทศนั้นจะมาจากแรงงานเป็นหลัก” นายธีระชัย กล่าว
นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า อนาคตประเทศไทยจะมีผู้เกษียณอายุจำนวนมาก ทำให้เกิดภาระกับคนทำงาน เพราะทุกวันนี้คนทำงาน 100 คน ดูแลคนเกษียณ 13 คน และจะเพิ่มเป็น 17 คน ใน 10 ปีข้างหน้า และจะเพิ่มเป็น 26 คน ใน 20 ปีข้างหน้า ดังนั้นหากมีการทบทวนการจัดเก็บภาษีที่มาจากทุน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันที่มาของรายได้รัฐมาจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เก็บในอัตรา 37% ภาษีนิติบุคคลที่เก็บในอัตรา 30% ส่วนภาษีจากการลงทุนนั้น ปัจจุบันได้รับการยกเว้น ขณะที่ภาษีจากเงินปันผลนั้นจะคิดในอัตรา 10% และภาษีดอกเบี้ยเก็บในอัตรา 15%







