posttoday
ยิงผู้ใหญ่บ้านหัวคะแนนเพื่อไทย

ยิงผู้ใหญ่บ้านหัวคะแนนเพื่อไทย

02 มิถุนายน 2554

คนร้ายยิงผู้ใหญ่บ้านแม่ฟ้าหลวงหัวคะแนนผู้สมัครสส.เพื่อไทยดับคาร้านอาหาร ตำรวจชี้ปมขัดแย้งส่วนตัวไม่เกี่ยวการเมือง

คนร้ายยิงผู้ใหญ่บ้านแม่ฟ้าหลวงหัวคะแนนผู้สมัครสส.เพื่อไทยดับคาร้านอาหาร ตำรวจชี้ปมขัดแย้งส่วนตัวไม่เกี่ยวการเมือง

พ.ต.ท.วิเชียร วรรณสุข สารวัตรเวร สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ไปตรวจสอบเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต ในร้านหมูย่างแสงหล้า หมู่บ้านแม่คำหลักเจ็ด หมู่ 9 ต.แม่คำ อ.แม่จัน พบศพชาย 1 คนทราบชื่อ นายมงคล วีระวัฒน์พงษ์ศธร อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านห้วยส้าน หมู่ 8  ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง
สภาพศพแต่งกายชุดผู้ใหญ่บ้านเต็มยศ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด9มม.เข้าตามร่างกายหลายจุดไม่ต่ำกว่า10นัด
 
สอบสวนทราบว่าผู้ตาย พร้อมลูกน้อง4คนกลับจากประชุมกำนัน และผู้ใหญ่บ้านประจำเดือนที่ว่าการ อ.แม่ฟ้าหลวง ได้พากันแวะรับประทานมื้อเที่ยงที่ร้านดังกล่าว และได้มีชายฉกรรจ์สองคนขับขี่รถจักยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นคนซ้อนท้ายถือปืนตรงเข้าไปจ่อยิงนายมงคลจนล้มลงก่อนจะยิงซ้ำอีกนับ 10 นัด แล้วพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

พ.ต.อ.พศวีร์ พศวีร์ โชติเทียนชัยวัต ผกก.สภ.แม่จัน เปิดเผยว่า สันนิฐานเบื้องต้นว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัว ไม่น่าจะเกี่ยวกับการเมือง เพราะแม้ผู้ตายเป็นหัวคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.คนหนึ่ง แต่สามารถคุมฐานเสียงชาวเขาอาข่าจำนวนมากเอาไว้ได้ ประกอบกับในพื้นที่ไม่ได้มีการแข่งขันกันรุนแรง มีเพียง น.ส.ละออง ติยะไพรัช น้องสาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยที่เป็นผู้สมัครตัวเต็งเพียงคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่และไม่มีชื่อชั้นเพียงพอ
         
ทั้งนี้ ท้องที่ อ.แม่จัน เคยเกิดเหตุยิงนายนิมิตร แก้วกำพล อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 8 ต.ไผ่ขวาง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไผ่ขวาง และหัวคะแนนใหญ่ของ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาจนเสียชีวิต ภายในลานรับซื้อข้าวของสหกรณ์ผู้ใช้น้ำจันจว้าใต้ หมู่ที่ 12 ต.จันจว้า อ.แม่จัน เมื่อค่ำวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ปมสังหารเกิดจากธุรกิจรับซื้อข้าว
         

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน