posttoday
เปิดยุทธการถอนโคน ตี๋ เขาค้อ

เปิดยุทธการถอนโคน ตี๋ เขาค้อ

08 กุมภาพันธ์ 2553

ในที่สุดเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ที่คุ้นกันดีในชื่อของ ตี๋ เขาค้อ ก็ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดลากคอเข้าซังเตแบบยกยวงได้สำเร็จ

ในที่สุดเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ที่คุ้นกันดีในชื่อของ ตี๋ เขาค้อ ก็ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดลากคอเข้าซังเตแบบยกยวงได้สำเร็จ

โดย - วัสยศ งามขำ

ในที่สุดเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ที่คุ้นกันดีในชื่อของ ตี๋ เขาค้อ ก็ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ลากคอเข้าซังเตแบบยกยวงได้สำเร็จ หลังตำรวจดักซุ่มสะกดรอยนานเกือบ 1 เดือน

ก่อนที่จะเปิดปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง 3 วันติด งานนี้หนึ่งในขบวนการค้ายานรกถูกเป่าดิ้นคาทางด่วนไป 1 ศพ ในขณะที่หัวหน้าขบวนการก็ถูกล็อคตัวไว้ได้ พร้อมด้วยพรรคพวกร่วมขบวนการยกโขยง

ฉากการพิชิตเด็ดปีกแก๊งค้ายาบ้าของ ตี๋ เขาค้อ ไม่ต่างไปจากภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นมากนัก จะต่างกันก็ตรงที่เจ้าหน้าที่เอาชีวิตจริงเข้าเดิมพัน และหากพลาดก็ไม่สามารถถ่ายทำซ้ำได้อีก

ดูเหมือนว่า พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส.หัวหน้าชุดปฏิบัติการครั้งนี้รับรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ก่อนที่จะเปิดปฏิบัติการเขาจึงกำชับทีมมือปราบให้ระวังการโต้กลับอย่างรุนแรงจากบรรดาแก๊งค้ายานรกที่ปัจจุบันพร้อมที่จะสู้จนตัวตาย แลกการถูกจับและจบชีวิตที่หลักประหาร

เปิดยุทธการถอนโคน ตี๋ เขาค้อ

พล.ต.ต.หาญพล รู้ตื้นลึกหนาบางของคดีนี้ดีที่สุด เขาเปิดแฟ้มคดีนี้ขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. เริ่มจากนายตำรวจหนึ่งในทีมงานมือปราบยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านหลังหนึ่งบนถนนริมทางรถไฟสายเก่า เขตคลองเตย เป็นแหล่งพักยาบ้าในกรุงเทพฯ เพียงแค่นั้น เขาก็ดีดนิ้วสั่งการให้ลูกน้องปลอมตัวไปดักซุ่มสะกดรอย เบื้องต้นพบว่าเป็นบ้านสองชั้นธรรมดาทั่วไป ชั้นล่างเปิดเป็นร้านรับซื้ออะไหล่รถยนต์มือสองที่ดูแล้วไร้วี่แววว่า จะเป็นแหล่งค้ายาบ้ารายใหญ่

หลายวันคืนผ่านไปไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งราวสองสัปดาห์อาการพิรุธเริ่มปรากฎ โดยเฉพาะเมื่อค่ำวันที่ 28 ม.ค. รถกระบะคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน แล้วรถตู้คันที่จอดอยู่ภายในบ้านก็เริ่มขยับอย่างน่าสงสัย

หากเป็นคนธรรมดาคงไม่กระสากลิ่น แต่ด้วยความจมูกไวของตำรวจปราบปรามยาเสพติด ปฏิบัติการเข้าจู่โจมจึงเริ่มขึ้นทันที

...เพราะนั่นคือสัญญาณการส่งรับของ

ทันทีที่กำลังเข้าปิดล้อม ชายวัยกลางคนในบ้านก็พยายามชักปืนจะยิงต่อสู้ แต่ไม่ทันได้กระดิกไก ยงยุทธ วีระพันธ์ อายุ 44 ปี ก็ถูกจับกุมตัวก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้น

ขณะเดียวกันตำรวจก็คว้าตัว ภูมินทร์ คล้ายแก้ว ไว้ได้อีกคนขณะนั่งตะลึงอยู่ภายในรถตู้

หลังทั้งคู่ไร้อิสรภาพด้วยกุญแจมือ ทีมสืบสวนก็ค้นพบยาบ้า 2 แสนเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีแดงที่วางไว้ในรถ ก่อนจะเข้าตรวจค้นบริเวณชั้นสองของบ้านพบแท่นปั๊มยาบ้าขนาดใหญ่ 2 เครื่อง ตั้งอยู่ภายในห้องที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องเก็บเสียง

พร้อมกันนั้นยังพบสารเคมีหลายตัวที่ใช้ผลิตยาบ้า อาทิ แป้ง เครื่องอบ สารตั้งต้น และอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีห้องลับอีกห้องหนึ่ง ทำขึ้นเป็นพิเศษอยู่บริเวณหลังกำแพงที่ผู้ต้องหาดัดแปลงไว้ ในนั้นชุดสืบสวนพบอาวุธสงคราม และอุปกรณ์ผลิตยาบ้าอีกมากมาย

ภูมินทร์ หนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพว่า บ้านหลังนี้มีนายทุนคนหนึ่งเช่าไว้ และลงทุนจัดหาอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ให้ เพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตยาบ้า ส่วนยาบ้าที่พบกำลังเตรียมไปส่งให้กับลูกค้า

สำหรับ ภูมินทร์ เคยต้องโทษในคดีจำหน่ายยาบ้า ติดคุก 9 ปี ยงยุทธ์ เป็นพ่อค้าคนกลางมารับยาบ้าที่บ้านหลังนี้ เพื่อขายให้กับลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น นำไปขายปลีกต่อภายในซอยลาดพร้าว 48 ทำแบบนี้มาเกือบสองปี แต่เพิ่งมารับยาที่บ้านหลังนี้ได้เพียง 2 ครั้ง ยงยุทธ์เคยจำคุกคดีมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และติดคุก 9 เดือน

ขณะที่ หาญพล รู้ดีว่าเครื่องผลิตยาบ้าที่เตรียมไว้นั้นยังไม่ได้เริ่มทำงาน เพียงแค่เตรียมการจะปั๊มยากลางเมืองหลวงเท่านั้น เขายังสืบสวนจนรู้อีกว่ายาบ้าล็อตนี้ ภูมินทร์รับมาจาก นันทพงศ์ รัตนากร หรือ ตี๋ เขาค้อ นายหน้าค้ายาบ้าตัวเอ้นั่นเอง

ล่วงเข้าเช้าวันที่ 29 ม.ค.การสืบสวนเริ่มรุดหน้าเมื่อสองผู้ต้องยอมเปิดปาก จนขยายผลไปจับกุมเพื่อนร่วมก๊วนที่เป็นชาวเขาเผ่า
ลีซอไว้ได้อีก 3 คน ระหว่างนั้น หาญพลก็ได้เบาะแสจากสายลับอีกว่าจะมีเพื่อนร่วมก๊วนของแก๊งค้ายารายนี้ที่ชื่อ มานพ แจ้งคล้ายคม เอเย่นต์ยาเสพติดกลุ่มเดียวกันกำลังใช้รถอีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ไปขนยาบ้าจากเอเย่นต์ที่ห้างบิ๊กซี สาขาบางพลี จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตามอย่างกระชั้นชิด

การเฝ้าดูความเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยดี หลังจากมานพรับยาบ้าแล้ว และกำลังขับรถมุ่งหน้าไปส่งยาให้กับลูกค้า เขาขับรถขึ้นทางด่วนกระทั่งถึงบริเวณทางลงทางด่วนพระราม 2 ตรงข้ามโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เขตจอมทอง ชุดสะกดรอยก็รับรู้ว่า มานพเริ่มรู้ตัวแล้ว

หาญพล ซึ่งอยู่ในชุดสะกดรอยอยู่เล่าว่า “มันรู้ตัวมันเปิดกระจกเหมือนกับจะชักปืนออกมายิงสวน ก่อนที่จะเร่งเครื่องประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อหลบหนี เมื่อเราเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจเข้าจู่โจม โดยการขับรถปาดหน้าและให้รถอีกคันประกบอยู่ด้านหลัง จนรถมานพเคลื่อนตัวต่อไปไม่ได้ ระหว่างนั้นมันก็เปิดประตูรถลงมา แสดงท่าทางคล้ายกับยอม แต่กลับชักปืนออกมา เราระวังตัวอยู่เลยยิงสวนไป 4 นัด แต่มันก็ยังพยายามจะหนีอีก ก่อนขาดใจตาย ผมจึงให้ลูกน้องค้นในรถพบยาบ้า 5 หมื่นเม็ด กลุ่มนี้กับกลุ่มแรกเป็นกลุ่มเดียวกัน และรับยาบ้ามาจากที่เดียวกันด้วย”
หลังวิสามัญแก๊งค้ายาไป 1 ศพ หาญพลก็ได้รับแจ้งว่าการสืบสวน และสอบสวนผู้ต้องหาสองรายแรกเป็นประโยชน์มาก และรู้ถึงแหล่งที่พวกมันรับยาบ้ามาได้แล้ว เย็นวันเดียวกันกำลังตำรวจปราบปรามยาเสพติด กว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นภายในห้องเลขที่ 16/2 ชั้นที่ 1 ของอาคารหลังหนึ่งใน อ.บางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าไปที่บ้านก็พบนัทพงศ์ หรือตี๋ เขาค้อ วัย 30 ปี นั่งอยู่ภายในบ้านด้วยอาการตกใจ

ตำรวจจึงเข้ารวบตัวไว้ได้ทันที ค้นใต้เตียงนอนพบกระเป๋าเดินทางสีดำ 3 ใบ และกระเป๋าเป้แบบทหาร 7 ใบ เมื่อเปิดกระเป๋าทั้งหมดตรวจสอบก็พบว่า ภายในเป็นยาบ้า รวมทั้งสิ้น 1,810,000 เม็ด

ตี๋ เขาค้อ สารภาพว่า รับจ้างจากเอเย่นต์คนหนึ่งให้เดินทางไปรับยาบ้ามาจากนายอ็อด ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ที่เชียงใหม่ ลำเลียงบนรถกระบะโดยใช้เครื่องเซลามิกวางทับยาบ้าเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ โดยได้ค่าจ้างสูงถึง 3 แสนบาท หลังจากได้ยาบ้ามาแล้วก็จะนำมาพักไว้ที่ห้องดังกล่าวที่มาเช่าไว้เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว สำหรับมานพที่ถูกวิสามัญ และผู้ต้องหาที่ถูกจับที่ย่านคลองเตย ก็จะมารับยาบ้าจากไป

หลังใช้เวลาสอบปากคำนัทพงศ์อยู่ทั้งคืนก็ยอมปริปากว่า ยังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่อีก 1.6 ล้านเม็ด ที่ทาวน์เฮาส์สองหลังภายในหมู่บ้านร่มโพธิ์ 2 อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเช่าไว้ให้ลูกสมุนอยู่เพื่อเฝ้ายาบ้า สายวันต่อมา (30 ม.ค.) เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและพบยานรกก้อนมหึมา ซุกซ่อนอยู่ และจากการตรวจสอบภายในห้องนอนชั้น 2 ของตัวบ้าน ยังพบยาบ้าอีก 2,000 เม็ด และยาไอซ์ น้ำ
หนัก 2 กก.ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการเช่าพบชื่อ

ไพศาล พัฒนคีรี เป็นผู้เช่า แต่กลับไม่พบตัว ไพศาล คาดว่าน่าจะไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับไว้

“ผมเชื่อว่าเราถอนรากถอนโคนเครือข่ายยาบ้านแก๊งนี้ไว้ได้หมดแล้ว แต่มันยังมีอีกหลายแก๊งที่ยังต้องติดตามสืบสวนต่อไป เพราะตอนนี้ยาบ้าทะลักเข้ามาเยอะมาก หลังจากพม่าพยายามปราบปรามชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน” หาญพล กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่