posttoday
ชูธงปฏิรูป

ชูธงปฏิรูป

17 พฤษภาคม 2554

ความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจเกิดความรุนแรงขึ้นอีก

ความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจเกิดความรุนแรงขึ้นอีก

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.นี้ หากพรรคการเมืองใดชนะ อาจจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อสีตรงข้ามออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ป่วนการบริหารบ้านเมืองให้วนกลับไปเหมือน 34 ปีที่ผ่านมา

เพื่อให้การเมืองไม่เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาวนเวียนเหมือนที่ผ่านมา หนึ่งในทางออกซึ่งคณะกรรมการปฏิรูป โดย นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เสนอแนวทางปฏิรูปประเทศ ก่อนคณะกรรมการปฏิรูปจะลาออก เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลใหม่เข้ามาเลือกคณะกรรมการที่จะศึกษาการปฏิรูปเอง หากรัฐบาลต้องการปฏิรูป

สำหรับข้อเสนอที่คณะกรรมการปฏิรูปเสนอก่อนลาออก มีเบื้องต้นใน 2 เรื่อง คือ 1.การปฏิรูปโครงสร้างเชิงอำนาจให้กระจายสู่ท้องถิ่นมีส่วนร่วมแท้จริง ไม่ใช่กระจายอำนาจเชิงรูปแบบ แค่ตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระจายงบประมาณลงไป แต่ในการกำหนดนโยบายยังเป็นการกำหนดจากส่วนกลาง โดยกระทรวงต่างๆ และ 2.การกระจายการถือครองที่ดินซึ่งเป็นทุนที่มีจำกัด เป็นสิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมมายาวนาน ที่ผ่านมาการถือครองที่ดินมีการกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มผู้มีอำนาจและทุนขนาดใหญ่

รายงานจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ระบุว่า 3 พรรคการเมืองใหญ่ มี สส.กว่า 360 คน ถือครองที่ดินกว่า 3 หมื่นไร่ มูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาท และวุฒิสภา หรือ สว. 145 คน มีที่ดิน 2 หมื่นไร่ กว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะกลุ่มทุนใหญ่จากการสำรวจพบมีนิติบุคคลรายเดียว ครองที่ดินในกรุงเทพฯ มากถึง 1.47 หมื่นไร่

เห็นได้ว่าจากจำนวนที่ดินซึ่งกระจุกตัวอยู่กับกลุ่ม สส. และ สว. ที่มีอำนาจออกกฎหมาย รวมทั้งการจะปฏิรูปโครงสร้างอำนาจกระจายออกไปจากส่วนกลาง ก็ต้องอาศัยอำนาจของ สส. และ สว. ให้ยอมที่จะลดอำนาจของตนเองลงบ้าง เรื่องดังกล่าวนับว่าเกิดยากดังเห็นได้จากที่ผ่านมา การเสนอใช้ภาษีที่ดินมาเก็บภาษีผู้ที่ถือครองที่ดินมาก เพื่อต้องการให้กระจายทรัพยากรออกไปโดนยื้อมาตลอด ส่วนการกระจายอำนาจ ทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ต่างก็อ้างขั้นตอนราชการหรือความไม่พร้อมของท้องถิ่น ในการยื้ออำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

ดังนั้น การที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปดังกล่าว คงต้องเป็นหน้าที่ของประชาชนในการเรียกร้องให้กลุ่มอำนาจเดิมยอมลดอำนาจลงบ้าง โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้ ต้องถามว่า แต่ละพรรคจะปฏิรูป 2 เรื่องดังกล่าวอย่างไร ไม่ใช่แค่นำโครงกาประชานิยมมาซื้อเสียงแค่นั้น

ทางที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปและลดเสี่ยงความรุนแรงการเมือง จึงอยู่ที่ประชาชนจะเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปจริงจังแค่ไหน โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน