posttoday
ศีลธรรมของนักการเมือง

ศีลธรรมของนักการเมือง

16 พฤษภาคม 2554

ปี่กลองเลือกตั้ง ส่งเสียงบอกว่า ได้เวลาที่นักการเมืองต้องกลายเป็นนักเลือกตั้ง ลงสนามแข่งขัน

ปี่กลองเลือกตั้ง ส่งเสียงบอกว่า ได้เวลาที่นักการเมืองต้องกลายเป็นนักเลือกตั้ง ลงสนามแข่งขัน

โดย..สมผล ตระกูลรุ่ง

ช่วงเวลานี้ จึงเป็นนาทีทองของชาวบ้านที่จะได้เห็นท่านผู้ทรงเกียรติ ยกมือไหว้พวกเรา ช่วงเวลาเช่นนี้แหละครับ ที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า เป็นช่วงฟ้าสีทองผ่องอำไพ เพราะประชาชนคนไทยทุกคนจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินจริงๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ยังดี

สัปดาห์นี้ เป็นช่วงวันหยุดยาว เนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็น “วันวิสาขบูชา” วันสำคัญของพุทธศาสนาและของโลกเทศกาลสำคัญอย่างนี้ เราควรระลึกถึงเรื่องของศีลธรรมกันไว้บ้าง

ศีล สำหรับฆราวาส ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ คือ ศีลห้า ซึ่งเป็นพื้นฐานของมนุษย์ พระท่านหนึ่งเคยสอนไว้ว่าถ้ารักษาศีลห้าไม่ได้ อย่าหวังจะเกิดเป็นมนุษย์อีก

เรามาดูนักการเมืองกันว่า ท่านรักษาศีลห้ากันได้หรือเปล่า

ศีลข้อหนึ่ง ห้ามฆ่าสัตว์ ซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วย เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ศีลข้อนี้ นักเลือกตั้งบางท่านรักษาไม่ได้ เพราะชอบใช้ทางลัด ยิ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ชิงชัยกันตัวต่อตัว ถ้าคู่แข่งเกิดเป็นไข้โป้งนอนมามีพระนำ ตัวเองก็มีสิทธิลอยลำเข้าสภา ถ้าหลักฐานไม่ถึง ไม่ถูกจับเสียก่อน

จึงมีคาถาของนักเลือกตั้งที่พูดว่า “มึงตาย กูเป็น (สส.)”

แล้ววันนี้ ไข้โป้งเริ่มระบาดแล้วที่สมุทรปราการ และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ คำแนะนำของ กกต. ที่บอกว่า ให้นายกรัฐมนตรีใช้รถกันกระสุนได้เฉพาะเวลาราชการ นอกเวลาราชการควรจะใช้รถส่วนตัว เพราะท่านคิดได้เก่งกว่าคนธรรมดาอย่างนี้นี่เอง ท่านจึงได้เป็น กกต.

ถ้านายกรัฐมนตรีนั่งรถไปไหน บังเอิญ 16.30 น. หมดเวลาราชการพอดี ต้องลงเปลี่ยนรถกลางถนน เพราะหมดเวลาราชการ

ประเทศไทยจงเจริญ

เอาเป็นว่า ศีลข้อหนึ่งนี้ นักการเมืองบางท่าน รักษาไม่ได้

ศีลข้อสอง ห้ามลักทรัพย์ ความหมายไม่ใช่แค่ลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 เท่านั้น แต่รวมถึงการประทุษร้ายต่อทรัพย์ทั้งหมด

ศีลข้อนี้ ระหว่างการเลือกตั้ง นักการเมืองท่านมีแต่แจก ไม่มีโอกาสไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ คงมีเพียงนักการเมืองพิเศษที่อยู่ในสังกัดนายห้างใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศ ส่งเงินให้ไปใช้จ่ายในการเลือกตั้ง กรณีนี้อาจมีการละเมิดศีลข้อสองกันได้

แต่สำหรับพวกหัวคะแนน ต้องระวังให้ดี เพราะเป็นโอกาสทองที่จะได้หักค่าหัวคิวเอาไว้ได้บ้าง และถ้าหัวคะแนนผิดศีลข้อนี้ อาจเป็นเหตุให้นักเลือกตั้ง ผิดศีลข้อหนึ่งต่อไป

ก็เงินทองเป็นของบาดใจ ใครๆ ก็อยากได้ ยิ่งเงินของนายห้างใหญ่ ยิ่งชอบ เพราะใช้เท่าไรก็ไม่หมด แล้วนายห้างก็อยู่ต่างประเทศ ดูแลไม่ทั่วถึง

ศีลข้อสาม ห้ามผิดลูกผิดเมียคนอื่น ช่วงเวลาเลือกตั้งอย่างนี้ นักเลือกตั้งคงไม่มีแรงจะไปทำอะไรกับลูกเมียชาวบ้าน เพราะต้องเดินทั้งวัน กลับบ้านก็สุดแสนจะเพลีย แม้แต่เมียตัวเองก็ยังต้องขอลาพักร้อน

ศีลข้อสี่ ห้ามพูดโกหก สำหรับนักการเมืองแล้ว ไม่รู้ว่าจะค้นหาคนที่รักษาศีลข้อนี้เจอหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูการเลือกตั้งหรือนอกฤดูก็ตาม

ส่วน ประชาธิปัตย์ บอกว่า รัฐบาลอนุมัติงบเป็นแสนล้าน ก็บอกว่า ไม่ได้ทิ้งทวน

ขณะที่ พรรคดูไบ ยิ่งหนัก จะหาคนพูดจริงได้อย่างไร เพราะนายห้างใหญ่เจ้าของพรรคตัวจริง ยังพูดกลับไปกลับมา โกหกเป็นกิจวัตร ผมเห็นมีแต่สิงห์ฝั่งธนที่กล้าออกมายอมรับว่า เป็นพรรคของนายห้าง โดยนายห้าง และเพื่อนายห้าง ไม่ต้องเหนียมอาย บอกความจริงไปเลย

ศีลข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเลือกตั้งหรือนอกเวลาเลือกตั้ง นักการเมืองท่านยกเว้น

ศีลข้อห้า ห้ามดื่มสุรา ศีลข้อนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สาระของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา เลือกตั้งหรือไม่ เพราะท่านชอบดื่มไวน์ ยิ่งขวดละเป็นแสนยิ่งชอบ

ในช่วงเลือกตั้ง กฎหมายห้ามเลี้ยงห้ามแจก แต่ ก็เห็นชาวบ้านเมากันสนุกสนาน ยกเว้นเฉพาะวันหย่อนบัตรเท่านั้น ศีลห้าเป็นพื้นฐานของมนุษย์ และไม่ว่าจะเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษอย่างนักการเมือง ไทย ก็ไม่มีข้อยกเว้น

ขอเตือนกันไว้ด้วยความรักว่า ถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบลู่

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน