
เพื่อไทยแถลงซัดรัฐบาลทิ้ง9ภาระ
“เพื่อไทย”ซัดรัฐบาล”มาร์ค”ทิ้ง 9 ภาระให้ประชาชน เย้ยรู้ทุกอย่าง แต่แก้ล้มเหลว ประกาศพร้อม ขออาสาแก้และสะสางปัญหา มั่นใจเพราะเคยทำสำเร็จมาแล้ว
“เพื่อไทย”ซัดรัฐบาล”มาร์ค”ทิ้ง 9 ภาระให้ประชาชน เย้ยรู้ทุกอย่าง แต่แก้ล้มเหลว ประกาศพร้อม ขออาสาแก้และสะสางปัญหา มั่นใจเพราะเคยทำสำเร็จมาแล้ว
ที่พรรคเพื่อไทย เวลา10.30น.พรรคเพื่อไทยได้แถลงถึง 9 ภาระประเทศที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทิ้งไว้ให้กับประชาชน โดย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ทุกคนตื่นเต้นที่ไม่มีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ได้แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยถึงการยุบสภาและผลงานของรัฐบาลนั้น ฟังดูแล้วเคลิ้มว่านายกฯรู้ปัญหาทุกเรื่อง ทำทำงานไปเยอะ แต่กลับไม่ทำอะไรเลย พอกันทีสำหรับ 2 ปีที่มืดมน หดหู เสียหายทางเศรษฐกิจ เดือนร้อนและวุ่นวาย เพราะพรรคเพื่อไทยเห็นเศรษฐกิจเสียหายพังยับเยิน ประชาชนประสบปัญหาข้าวยากหมาดแพง สังคมแบ่งแยก ขาดความยุติธรรม ทุจริตคอรัปชั่น กินไม่เลือก ไร้ยางอาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง หนี้สินของประเทศเกิดขึ้นมากมายจนประเทศใกล้ล้มละลายแล้วหรือไม่ รัฐบาลคิดอะไรไม่ค่อยเป็นนอกจากกู้เงินมาใช้
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าในขณะนี้ได้มีหนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นแล้วทำให้ประชาชนรู้สึกดี ก็คงไม่เป็นไร แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้ไปตรวจสอบ จึงพบว่ารัฐบาลทิ้งทวนงบประมาณแบบไร้การพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งงบประมาณที่นำมากระทำเช่นนี้คืองบประมาณกลาง และในตอนนี้งบประมาณกลางก็หมดไปแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงอยากจะตั้งคำถามว่าในช่วงเวลาตอนนี้หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและต้องนำเงินจากงบประมาณกลางมาช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลจะทำเช่นไร
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีปัญหาน้ำมันปาล์มที่ผ่านมา เป็นภาระที่รัฐบาลชุดนี้ได้สร้างค่าครองชีพขึ้นมา ทั้ง ๆ น้ำมันปาล์มนั้นประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเองด้วยซ้ำไป และปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือปัญหาราคาไข่ไก่ และปัญหาราคาเนื้อหมู ปัญหาเหล่านี้มีการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้ประชาชนต้องแบกรับปัญหาอยู่ฝ่ายเดียว
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารงานแบบไม่มีความโปร่งใส และมีการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ตลอด เช่น งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีการเบิกจ่ายเงินไปแบบไม่โปร่งใส และก็มีการยอมรับกันในที่ประชุมของรัฐสภา แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดในทีมของรัฐบาลออกมารับผิดชอบ และก็มีเรื่องหนึ่งที่ตนให้ความสำคัญก็คือการประชุมของคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย ที่มีการถลุงเงินงบประมาณมากขนาดนี้ และก็ไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าทำมาก่อน ทั้งนี้ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับเข้ามาอยู่ในสถานะใดภายหลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็จะติดตามและตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปอย่างแน่นอน
นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศแบบล้มเหลว และไม่มีการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เป็นการบริหารประเทศแบบเปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามรบแทน ที่ผ่านมาไม่มีเหตุการณ์ที่ประชาชนคนไทยจะต้องวิ่งหนี ลี้ภัย สงครามเช่นนี้มาก่อน รัฐบาลทำมาตรการทางการทูตรุนแรงจนเกินไป แต่ทางรัฐบาลก็ยังมีความสามารถที่ปลุกกระแสความคลั่งชาติขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่เคยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจะมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ เลย แต่กลับทำให้ประเทศไทยเป็นภาระของอาเซียน ตนก็คือว่าดีแล้วที่มีการประกาศยุบสภา เพราะจะทำให้ประเทศเจริญขึ้น ปัญหาตรงนี้พรรคเพื่อไทยจะสามารถนำประเทศกลับเข้าสู่เวทีของอาเซียนได้อีกครั้งหนึ่ง
นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลบริหารประเทศแบบมีการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน และทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข้อเท็จจริงได้อยากลำบาก มีการปิดหูปิดตาประชาชนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง จนทำให้การทำงานของสื่ออยู่ในระดับเดี่ยวกันกับประเทศอัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ อิรัก ซึ่งประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยไม่น่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น อีกทั้งยังมีความสงสัยในการเสียชีวิตของรัฐบาลญี่ปุ่น จนกระทั่งถึงวันนี้ทางรัฐบาลยังไม่มีความจริงให้กับทางญี่ปุ่นเลย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาระในส่วนของปัญหายาเสพติดนั้น เป็นปัญหาใหญ่ที่ทางรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ทิ้งเอาไว้ให้กับประชาชนคนไทย โดยตัวเลขของการจับกุมในคดียาเสพติดนั้น มีตัวเลขสูงขึ้นกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาอย่างมาก จนทำให้พบว่าในตอนนี้มียาเสพติดระบาดอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจากการศึกษาของทางสหรัฐอเมริกานั้น พบว่าในปี 2553 นั้นประเทศไทยมีผู้เสพยาบ้ามากที่สุดในโลก และมีอายุที่น้อยลงทุก ๆ วัน
ด้าน นายภาวิช ทองโรจน์ รองประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาระด้านการศึกษา โดยเฉพาะนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาลนั้น เป็นนโยบาที่แอบอ้าง เพราะในความเป็นจริงนั้นเรื่องนี้เป็นบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ที่ระบุว่ารัฐจะต้องส่งเสริมให้เยาวชนเรียนพรี 12 ปี และนโยบายนี้ก็เป็นแค่นโยบายต่อเนื่องของรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ อีกทั้งการเรียนฟรีของรัฐบาลชุดนี้ก็ทำให้มาตรฐานการเรียนของเยาวชนไทยก็ต่ำลงด้วย
ในช่วงท้าย นายปลอดประสพ ได้กล่าวอีกว่า เมื่อคืนนี้นายกฯพูดว่าได้ทำไปเยอะ แต่ที่ทำไม่สำเร็จก็เยอะ แต่อยากบอกว่าที่ทำมาเยอะไม่ถูกสักเรื่อง ซึ่งเชื่อมั่นว่าประชาชนคงไม่อนุญาตให้ทำต่อ ดังนั้น ขอทบทวน ว่าเมื่อมาไม่ถูกต้องและประชาชนไม่เคยเลือกมาเป็นรัฐบาล กลับไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหารซึ่งเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง จึงอยากบอกว่า คุณควรจากไป โดยไม่มีใครมีเยื่อใย คงจะดีใจที่ได้พ้นๆไปเสียที คุณจากไปรู้ไหม ได้ทิ้งมรดกบาปให้ประชาชนและทิ้งปัญหาให้คนอื่นเข้ามาแก้ไข คุณรู้ไหมทิ้งภาระให้ประชาชนไว้มากมายอย่างยิ่ง







