posttoday
เปิดทางล้มเลือกตั้งสุญญากาศไม่เกิด ยึดอำนาจไม่มี

เปิดทางล้มเลือกตั้งสุญญากาศไม่เกิด ยึดอำนาจไม่มี

09 พฤษภาคม 2554

เริ่มต้นสัปดาห์ที่ทุกฝ่ายจับจ้องว่า การยุบสภาที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นำร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)

เริ่มต้นสัปดาห์ที่ทุกฝ่ายจับจ้องว่า การยุบสภาที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นำร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เริ่มต้นสัปดาห์ที่ทุกฝ่ายจับจ้องว่า การยุบสภาที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นำร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจะมีผลโดยสมบูรณ์หรือไม่ พร้อมกับความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้ง สส.ในวันใด

เปิดทางล้มเลือกตั้งสุญญากาศไม่เกิด ยึดอำนาจไม่มี

วันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. หรือ วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค.

ระหว่างที่รอความชัดเจนในขั้นตอนสุดท้าย พรรคการเมืองทุกพรรคต่างเดินหน้าหาเสียงกันฝุ่นตลบ

บรรยากาศการเลือกตั้งกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศ

เป็นเดิมพันของขั้ว “ทักษิณ” และขั้ว “ไม่เอาทักษิณ”

ตามปฏิทินการเมือง วันจันทร์ที่ 9 พ.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่า ร่างกฎหมายลูก 3 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐสภาได้พิจารณาเสร็จและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบขั้นสุดท้าย จะผ่านฉลุย หรือติดอุปสรรคว่าการร่างกฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการรัฐบาล “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ฟันธงทุกอย่างจะไม่มีปัญหา อย่างช้าวันอังคารที่ 10 พ.ค. เสียงนกหวีดจะดังปี๊ดให้ทุกพรรคมุ่งสู่สนามเลือกตั้งแน่ และคาดว่า วันเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 3 ก.ค.

มีคำถามดังไปทั่วว่าในสถานการณ์ที่อึมครึมท่ามกลางข่าวลือสารพัดว่า ถ้ามีการประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการแล้ว โอกาสที่จะไม่มีการเลือกตั้งจะเป็นไปได้หรือไม่

อำนาจนอกระบบจะเข้ามาแทรกแซงทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อล้มการเลือกตั้งหรือไม่

1.เงื่อนไขแรกที่วิเคราะห์ว่า อาจเกิดสุญญากาศก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาโดยที่นายกฯ ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย พ.ร.ฎ.ยุบสภาไปแล้ว คือ กรณีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งจะมีผลสรุปวันนี้ว่า การร่างกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ การได้มาซึ่ง สว. 2.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 3.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าขัดจะทำให้ร่างกฎหมายทั้งสามฉบับต้องตกไปหรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่มีเครื่องจัดการการเลือกตั้งหรือไม่

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายข้อกฎหมายเรื่องนี้ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าบางมาตราขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะตกไปเฉพาะมาตรานั้น ไม่ได้ยกทั้งฉบับ หรือถ้าเกิดกรณีร้ายแรงที่สุด เช่น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้กฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับตกไปหมด ก็ยังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าให้ กกต.ออกระเบียบมารองรับให้สอดคล้อง

หากทุกอย่างราบรื่น ไม่สะดุดในขั้นตอนศาลรัฐธรรมนูญอย่างที่ปริญญาว่าไว้ และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในช่วงภายใน 4560 วัน โอกาสที่จะไม่มีการเลือกตั้ง หรือรูแคบๆ ที่จะออกได้ก็ยังมีอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า

2.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลาออกดื้อๆ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง

วิเคราะห์จากปัจจัยนี้เป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเป็นช่วง 3 สัปดาห์ก่อนที่อภิสิทธิ์เสนอกฎหมายลูกเข้าสภาใหม่ๆ อาจเป็นกังวลได้ เมื่อบรรยากาศแวดล้อมขณะนั้น ทั้งม็อบพันธมิตรเรียกร้องให้ทหารยึดอำนาจ ปิดประเทศ ขณะที่ กกต.บางคน เช่น สดศรี สัตยธรรม ก็เตรียมลาออก หลังชิ่งหนีไปสมัครเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ส่วนสุทธิพล ทวีชัยยาการ เลขาธิการ กกต. ไปสมัครเป็นกรรมการ กสทช.

ตามกฎหมาย ถ้าเหลือ กกต.เพียง 2 คนจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ต้องมีการสรรหาเข้ามาใหม่ ในส่วนนี้ศาลฎีกาจะเป็นผู้สรรหา กกต. ซึ่งที่สุดอาจไม่ทันวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม วันนี้ กกต.ทั้ง 5 ต่างยืนยันพร้อมปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และได้เดินหน้าดูแลการเลือกตั้งไม่ให้มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง โดยให้ทุกพรรคลงสัตยาบัน 5 ข้อ “เคารพกฎหมายไม่จัดม็อบต้านไม่พาดพิงสถาบันไม่ซื้อเสียงยอมรับผลเลือกตั้ง”

โดยเฉพาะสดศรี เมื่อไม่มีใครเอาด้วย ล่าสุดย้ำอีกครั้งว่า พร้อมที่จะร่วมหัวจมท้ายไปกับ กกต.ทั้งหมด

เงื่อนไขจาก กกต.จึงไร้ปัญหา...

3.กองทัพรัฐประหาร ล้มการเลือกตั้ง เพราะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะกลับมาเป็นรัฐบาล แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และผู้นำเหล่าทัพ เรียงหน้ายืนยันมาตลอดว่า จะไม่มีการยึดอำนาจเด็ดขาด พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.ถึงขั้นบอกว่า ใครเคลื่อนกำลังออกโดยไม่มีคำสั่งถือว่าเป็น “กบฏ”

และแม้ว่าครั้งนี้ทักษิณจะเคลื่อนหนักมากกว่าทุกครั้ง ทั้งโฟนอิน วิดีโอลิงก์ ถี่ยิบทุกเวทีต่างจังหวัด กรุงเทพฯ ทุกวัน ชนิดที่เรียกว่า หลังอาหาร 3 มื้อ สร้างบรรยากาศให้ฝ่ายตรงข้ามหวั่นเกรงพอควรว่าจะกลับมา อาฆาต แก้แค้น เอาคืน

แต่กองทัพก็มีบทเรียนมากพอจากการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549 และคงไม่โง่ที่จะมายึดซ้ำแบบเดิม เพราะนอกจากสร้างวิกฤตซ้ำเติมให้กับประเทศแล้ว คนยึดอำนาจก็ไปไม่รอด

ทางออกของกองทัพที่จะสกัดทักษิณ น่าจะเลือกใช้การเมืองในระบบ ผ่านตัวแทนอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม เพราะปลอดภัยกว่า และผลโพลต่างๆ ชี้ว่าแม้พรรคเพื่อไทยจะนำที่ 1 แต่กลุ่มกลางๆ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกพรรคใดก็มีสูงถึง 50% จึงยังมีโอกาสลุ้นอยู่ว่าเพื่อไทยคงไม่ได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเกินกึ่งหนึ่ง เพียงแค่เบียดเอาชนะประชาธิปัตย์ซึ่งไม่เหนือความคาดหมายอันใด

ดังนั้น ไม่ว่าพรรคการเมืองจะเคลื่อนไหวหาเสียงเข้มข้นเพียงใด การเลือกตั้งจะมีขึ้นแน่ แต่ที่น่าห่วงคือ ระหว่างการเลือกตั้งจะเกิดความรุนแรงแค่ไหน และหลังเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ ความวุ่นวายต่างๆ จะจบหรือไม่

เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม...

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม