
ป๋าแนะสร้างผู้นำ สู่‘ธรรมาธิปไตย’
โพสต์ทูเดย์
— ป๋าเปรมชี้ต้องเร่งสร้างภาวะผู้นำสังคมธรรมาธิปไตยเพื่อประเทศจะได้สงบสุขพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ
“เรื่องการพัฒนาผู้นำเพื่อสร้างสังคมธรรมาธิปไตย” วานนี้ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ตอนหนึ่งว่า ต้องเร่งสร้างภาวะผู้นำสังคมธรรมาธิปไตย เนื่องจากปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เพราะมีผู้นำมาก แต่มีเสน่ห์น้อย จึงไม่ค่อยมีคนอยากเป็นผู้ตาม“
เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะจัดให้มีการคัดสรรผู้นำที่มีเสน่ห์ที่คนอยากตามหรือแย่งกันตาม เมื่อสรรหาได้แล้วจึงนำมารวมกันเพื่อสร้างสังคมธรรมาธิปไตย” พล.อ.เปรม กล่าวทั้งนี้ เมื่อมีผู้นำต้องมีผู้ตาม ผู้นำคนใดดีมากๆ จะมีคนตามมาก เหมือนคนมีเสน่ห์ซึ่งมีแต่คนอยากอยู่ใกล้ ถ้าในชาติบ้านเมืองสามารถสร้างสังคมธรรมาธิปไตยให้เกิดขึ้นได้จริง คนไทยจะมีความสุข มีความเป็นธรรม และได้รับความเป็นธรรม เพราะสังคมนั้นคนไทยจะถือธรรมเป็นใหญ่ ถือความถูกต้องเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม โดยหลักการพื้นฐานสำคัญ ผู้นำที่จะร่วมมือสร้างสังคมธรรมาธิปไตย ต้องเป็นคนดี ซึ่งต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1.ต้องเข้าใจและแยกแยะความดีกับความชั่วออกจากกันได้อย่างชัดเจน 2.ต้องซื่อสัตย์สุจริต 3.ต้องเสียสละ 4.ต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเคร่งครัดในคำปฏิญาณ 5.ต้องประพฤติและปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี และ 6.ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์แผ่นดิน
พล.อ.เปรม กล่าวอีกว่า การสรรหาผู้นำที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และมีความจำเป็นเร่งด่วน
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ที่ตำหนิรัฐบาลปล่อยให้มีพาดพิงสถาบันว่า ขอบคุณที่ท่านได้เตือนรัฐบาล จริงๆ แล้วรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และมีกลไกที่ทำงานอยู่ทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านการทำความเข้าใจ และด้านการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คงต้องไปปรับปรุงให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านคดีความมั่นคงของรัฐที่เกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ ที่ตั้งขึ้นนั้นจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะช่วยในเรื่องที่เกิดคดีขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาว่า คดีถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือเป็นการตีความกฎหมายไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมาย
ทั้งนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านคดีความมั่นคงฯ มีนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงทุกกระทรวง โดยมีบทบาทหน้าที่ในการให้คำปรึกษาการดำเนินคดีความมั่นคงที่เกี่ยวกับสถาบันแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร







