
กมธ.ยุติธรรมป้อง13วิทยุแดง
กมธ.ยุติธรรม สภาผู้แทนเชิญกอ.รมน.-สตช.-กทช.แจงจับวิทยุเครือข่ายแดง13สถานี ซัดเจ้าหน้าที่รัฐจับกุมไม่เป็นธรรม
กมธ.ยุติธรรม สภาผู้แทนเชิญกอ.รมน.-สตช.-กทช.แจงจับวิทยุเครือข่ายแดง13สถานี ซัดเจ้าหน้าที่รัฐจับกุมไม่เป็นธรรม
นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การประชุมกมธ.วันนี้ ได้พิจารณากรณีที่สื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้รับผลกระทบจากการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ปิดสถานีวิทยุชุมชน 13 สถานี โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือ อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)มาชี้แจง
นายไพโรจน์ กล่าวว่า รับทราบจาก กทช.ว่าตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมหรือจัดระเบียบกิจการวิทยุชุมชน กว่าหมื่นสถานีในประเทศไทย เพราะยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำให้การออกอากาศของวิทยุชุมชนตอนนี้ จึงเป็นลักษณะทดลองการอออกอากาศ ดังนั้น กมธ. เห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้หาก 13 สถานี ทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันจริง ทางสตช.ระบุว่า จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการ สตช.ที่รับผิดชอบเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าทำการจับกุมได้ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการชุดดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ร้องยังเชื่อว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เป็นเพื่อปกป้องพรรคประชาธิปัตย์
ด้านนายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาชมรมสื่อเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีข้อผิดสังเกตหลายประการ ตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมายที่เป็นลักษณะเลือกปฏิบัติ เพราะในเมื่อกทช.ระบุว่าไม่มีอำนาจในการปิดวิทยุชุมชน จึงเห็นว่าการออกอากาศดังกล่าวสามารถกระทำได้ ไม่เข้าใจว่าในเมื่อวิทยุชุมชนมีเป็นหมื่นสถานี ทำไมมาผิด เฉพาะ 13 สถานี ถ้าจะปิดก็ต้องปิดทั้งหมด ซึ่งถือว่าเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
นายจิติพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ มีจุดที่ผิดสังเกตคือการอ้างข้อกฎหมายใยการจับกุม เพราะข้อกล่าวหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคือ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ปรากฏว่าในหมายศาลที่ขอทำการตรวจค้นสถานีวิทยุชุมชน ไม่ได้ระบุข้อหาดังกล่าวเพียงแต่ มีการระบุว่าไม่มีใบอนุญาตในการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน จึงสงสัยว่าการดำเนินการดังกล่าวมาจากเหตุผลทางการเมืองหรือไม่.







