
องอาจไม่แบนดอกส้มฯแนะขึ้นตัววิ่งกำกับ
องอาจ ถกบริษัทบรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น -ผู้ผลิตละคร ลงตัว ไม่แบนดอกส้มสีทอง แนะขึ้นตัววิ่งกำกับ-ตัดฉากล่อแหลม
องอาจ ถกบริษัทบรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น -ผู้ผลิตละคร ลงตัว ไม่แบนดอกส้มสีทอง แนะขึ้นตัววิ่งกำกับ-ตัดฉากล่อแหลม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือกับ ผู้จัดละคร นักแสดง เรื่องดอกส้มสีทอง และผู้บริหารช่อง 3 ว่า หลังจาก กระทรวงวัฒนธรรม ส่งเรื่องให้พิจารณา จึงได้เชิญชวนผู้บริหารช่อง 3 ผู้จัดละคร และนักแสดงมาหารือ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกัน ซึ่งสำหรับข้อหารือในวันนี้ ตนต้องขอขอบคุณผู้จัดละครและช่อง 3 ที่รับฟังข้อท้วงติงจากสังคม และได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการเสนอจากภาพบางส่วนที่ล่อแหลมออกไป พร้อมรับข้อเสนอให้มีข้อความตัววิ่งผ่านหน้าจอโทรทัศน์จากละครที่มีภาพล่อแหลมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ โดยให้มีข้อความตัวหนังสือคำเตือนผู้ชมให้รู้ว่าเป็นเพียงการแสดงเท่านั้น เช่นเดียวกับกรณีตัวละครสูบบุหรี่ หรือ เล่นการพนัน
ทั้งนี้ เพื่อให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถือปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตนจะเชิญผู้บริหารสมาพันธ์สมาคม วิชาชีพ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผู้บริหารผู้จัดละครโทรทัศน์และสภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง มาหารือร่วมกันอีกครั้งต่อไป
โพลหนุนตัดเนื้อหาดอกส้มฯ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน (ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ กรณีละครดอกส้มสีทอง ดยศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัด จำนวน 2,160 ตัวอย่าง พบอีกว่า เกินกว่า 1 ใน 5 หรือร้อยละ 21.4 ของผู้ที่ติดตามชม มีเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และอายุต่ำสุดคืออายุ 6 ขวบร่วมติดตามชมละครด้วยเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม และดูละครพร้อมไปกับผู้ปกครอง
เมื่อถามว่าตอนไหนที่บอกว่ากำลังมัน ก็ได้รับคำตอบว่า "ก็ตอนด่ากัน" ตอน "กอดจูบกัน" ตอน "นางเอกกำลังหาคนมานอนด้วย" เป็นต้น
ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 41.7 คิดว่าการจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์เพื่อเตือนผู้ปกครอง"ป้องกันได้บ้าง" และร้อยละ 30.5 ระบุป้องกันไม่ได้เลย เพราะเด็กอยู่กับผู้ปกครองตลอดขณะดูละคร สภาพบ้านที่พักอาศัยไม่ได้แยกกันนอน ดูทีวีด้วยกัน และมีสื่ออื่นๆ นอกจากทีวีที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย เป็นต้น มีเพียงร้อยละ 13.0 ที่บอกป้องกันได้ และร้อยละ 14.8 ไม่แน่ใจ
เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนต่อบุตรหลานของตนเอง ในการเลียนแบบพฤติกรรมของตัวละครส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.9 กังวล ในขณะที่ร้อยละ 40.1 ไม่กังวล เพราะไม่มีบุตรหลาน หรือคอยตักเตือนแนะนำ และบางคนก็ห้ามดูไปเลย
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.3 ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการตรวจสอบเนื้อหา ในขณะที่ร้อยละ 35.7 ระบุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองดูแลกันเอง โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.2 เห็นว่าให้ตัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบางตอนออกไป และร้อยละ 6.2 ให้งดการออกอากาศทั้งเรื่อง ในขณะที่ร้อยละ 36.6 ให้ออกอากาศต่อไปตามปกติ







