
สื่อนอกพุด
ไม่เอานิวเคลียร์
ไม่เอานิวเคลียร์
สื่อแดนปลาดิบยังคงเกาะติดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวสึนามิ ถล่มเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหน้าบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น ระบุว่า อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าฟูกุชิมา ไดอิชิ หมายเลข 1 หลายระลอก ได้เขย่าความเชื่อมั่นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่กำลังหันมาพึ่งพลังงานนิวเคลียร์
ยกตัวอย่างประเทศเยอรมนี ที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่งแองเจลา แมร์เกิล มีแผนการขยายอายุการใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศ แต่หลังจากเกิดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น จึงตัดสินใจระงับแผนดังกล่าว พร้อมสั่งรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต
ขณะที่อิตาลีที่คณะทำงานของนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศจะเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ก็ได้ตัดสินใจแช่แข็งโครงการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศแล้ว ส่วนฝรั่งเศส ซึ่งพลังงานไฟฟ้า 80% มาจากพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ผลวิจัยล่าสุดพบว่า ประชาชนสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ลดลงจาก 66% เหลือ 58% นับตั้งแต่เกิดวิกฤตที่ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสต่อต้าน “ไม่เอานิวเคลียร์” แต่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กลับประกาศเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ว่า สหรัฐจะเดินหน้าผลิตกระแสไฟฟ้า 80% จากแหล่งพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2035 โดยโอบามาระบุว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงเป็นเสาหลักของแหล่งพลังงานสะอาด
สอดคล้องกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (BRICS) ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ที่เห็นพ้องว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าวต่างมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในอัตราที่สูงขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ







