
มติการเมืองใหม่ไม่ลงเลือกตั้ง
ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคการเมืองใหม่โกลาหล ก่อนมีมติไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ด้านสมศักดิ์ เตรียมแจ้งคณะกรรมการบริหารถกอีกรอบคาดจะมีความชัดเจนใน7วันก่อนรายงานกกต.
ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคการเมืองใหม่โกลาหล ก่อนมีมติไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ด้านสมศักดิ์ เตรียมแจ้งคณะกรรมการบริหารถกอีกรอบคาดจะมีความชัดเจนใน7วันก่อนรายงานกกต.
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เปิดเผยหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 ว่า สมาชิกพรรคมีเสียงส่วนใหญ่ไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ซึ่งตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง จำเป็นต้องนำความเห็นของสมาชิกเข้าสู่การหารือของกรรมการบริหารพรรค เพื่อออกมาเป็นมติอีกครั้ง คาดว่าจะชัดเจนใน 7 วัน ก่อนรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทราบอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามติของคณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีผลต่อความเป็นพรรคการเมือง แต่จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจากกกต.เท่านั้น
ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรค กล่าวว่า ความเห็นดังกล่าวของสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ ถือเป็นแนวทางที่ตรงกับวัตถุ ประสงค์ในการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งต้องการนำพาให้การเมืองของไทยหลุดพ้นจากวงจรทุจริตโกงกินซ้ำซากไปให้ได้
ทั้งนี้ การแสดงความเห็นของสมาชิกไม่ได้เป็นการชี้นำจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแต่อย่างได เป็นการตัดสินใจของสมาชิกพรรคอย่างแท้จริงที่ต้องการให้การเมืองไทยเดินไปในทางที่ถูกต้องและโปร่งใส จากนี้ไป ต้องเข้ากระบวนการของกรรมการบริหารต่อไป ซึ่งตามหลักของพรรคมวลชนแล้วต้องให้ความสำคัญกับเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกเป็นสำคัญ
บรรยากาศการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคการเมืองใหม่วันนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล และค่อนข้างตึงเครียด สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และให้ร่วมรณรงค์โหวตโนกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บางส่วนยังโจมตีการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ว่า พยายามดึงเกมถ่วงเวลา และให้มีผู้อภิปรายชี้นำสมาชิกพรรค ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจของบรรดาสมาชิกพรรค
กระทั่ง นายสมบัติ เบญจศิริมงคล กรรมการบริหารพรรค ได้ขอความร่วมมือให้สมาชิกในที่ประชุมใช้เหตุและผล รวมทั้งให้อยู่ในความสงบ เสนอให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ แทนการลงมติของสมาชิกพรรค ส่งผลทำให้สมาชิกจำนวนมากประท้วง โดยการเดินออกจากห้องประชุม
ขณะเดียวกัน นายสุริยะใส ต้องขอร้องให้สมาชิกกลับเข้าร่วมการประชุม และแสดงจุดยืนส่วนตัวว่า ไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าเสียงของสมาชิกทั่วประเทศ โดยพรรคการเมืองใหม่กับพันธมิตรฯ ไม่เป็นศัตรูกัน สมาชิกจึงกลับเข้าร่วมการประชุม และดำเนินต่อกระทั่งมติร่วมกันไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งดังกล่าว.







