
สุรินทร์อพยพชาวบ้านกว่า2หมื่น
ผู้ว่าฯสุรินทร์เผยอพยพชาวบ้านตามแนวชายแดนหนีภัยการสู้รบแล้วกว่า 2หมื่นคน ขณะที่ตลอดคืนวันที่ 23 เม.ย. ต่อเนื่องเช้า 24 เม.ย. ยังไม่มีเหตุปะทะ
ผู้ว่าฯสุรินทร์เผยอพยพชาวบ้านตามแนวชายแดนหนีภัยการสู้รบแล้วกว่า 2หมื่นคน ขณะที่ตลอดคืนวันที่ 23 เม.ย. ต่อเนื่องเช้า 24 เม.ย. ยังไม่มีเหตุปะทะ
นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากการเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ด้วยอาวุธหนัก บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได และบริเวณปราสาทตาเมือน ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ทำให้ราษฎรในหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนได้รับความเดือดร้อน จึงได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ทั้งนี้ได้อพยพประชาชนตามแนวชายแดนในพื้นที่อ.พนมดงรัก 2 ตำบล 36 หมู่บ้าน และอพยพประชาชนตามแนวชายแดนในพื้นที่อ.กาบเชิง เข้าไปพักอาศัยที่จุดรองรับผู้อพยพ รวม 21 จุด ประมาณ 22,000 คน ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานทุกภาคส่วนให้การช่วยเหลือผู้อพยพอย่างเต็มที่ พร้อมแจ้งให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน รวมทั้งจัดตำรวจ ตชด. เข้าไปดูแล และเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยพื้นที่หมู่บ้านตามแนวชายแดน
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืนวันที่ 23 เม.ย. ต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้าวันที่ 24 เม.ย.ยังไม่พบว่า มีเหตุปะทะของทหารไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดน จ.สุรินทร์ แต่อย่างใด แต่สถานการณ์โดยรวมถือว่ายังคงตึงเครียด โดยทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ตลอดแนวชายแดนตั้งแต่บริเวณปราสาทตาควาย-ช่องกราง ต.บักได ไล่ไปจนถึงปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ระยะทาง 15-20 กิโลเมตร โดยทหารไทยยืนยันว่าจะไม่เปิดฉากยิงกัมพูชาก่อน แต่หากกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน ทหารไทยก็พร้อมจะยิงตอบโต้เป็นครั้งๆไป
ทั้งมีศูนย์อพยพชั่วคราวแห่งใหญ่ 2 แห่งคือ ที่โรงเรียนบ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์และที่นิคมสร้างตนเอง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยขณะนี้ผู้อพยพส่วนใหญ่ยังขาดแคลนน้ำดื่มบรรจุขวด รวมถึงเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้หญิง และเด็กเล็กต่างๆ อาทิ ผ้าอนามัย
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการตั้งโรงพยาบาลสนาม ขึ้นในจุดที่เป็นแหล่งพักพิงผู้อพยพแล้ว รวมทั้งระดมแพทย์และพยาบาลจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาดูแลผู้อพยพ
ด้าน ชาวบ้านที่ต้องอพยพมาจากที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่รู้สึกวิตกกังวลและหวาดผวากับสถานการณ์ รวมทั้งเป็นห่วงทรัพย์สินในบ้านเรื่อน เนื่องจากในพื้นที่ไม่เคยมีเหตุปะทะยาวนานเช่นนี้มากก่อน







