
ขู่ใช้แข่งขันการค้าคุมปตท.
นายกฯ ค้าน ปตท. ขอขึ้นราคาเอ็นจีวี ชงใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าเข้าไปดูแล
นายกฯ ค้าน ปตท. ขอขึ้นราคาเอ็นจีวี ชงใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าเข้าไปดูแล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่บริษัท ปตท. เตรียมยื่นขอปรับราคาก๊าซเอ็นจีวี เพราะไม่อยากแบกชดเชยจากการขายก๊าซต่ำกว่าต้นทุน ว่าเรื่องนี้ได้มีการคุยกันไปแล้วถ้าจะส่งเสริมการใช้เอ็นจีวีต้องดูความพอดี เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ต้องมองระยะยาว และทาง ปตท.ต้องชั่งใจด้วยเหมือนกัน หากราคาเอ็นจีวีปรับสูงคนก็ใช้น้อย สิ่งนี้ถือเป็นการลงทุน
รวมทั้งจากการที่สถานะของ ปตท.เป็นทั้งบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ก็ยังมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่ควรค้ากำไร ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมดุลในการเข้าไปดูแล ที่ผ่านมาจึงมีการเสนอให้ใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเข้าไปดำเนินการ
กรณี ปตท.กังวลว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยอาจจะฟ้องร้อง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องความร่วมมือ และสิ่งนี้เป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งเรื่องที่ ปตท.ต้องการขึ้นราคาก็เข้าใจดี เพราะอาจนำไปสู่ต้องลงทุนสถานีบริการ แต่ถ้าจะมาตั้งเงื่อนไขว่าอยากจะขึ้นราคาเอ็นจีวี แล้วจะขึ้นแอลพีจีด้วย ก็คงไม่สมเหตุสมผลเท่าไร
อาจต้องมีการประเมินอีกครั้ง ส่วนที่ต้องการให้ขยับราคานั้นก็เข้าใจดี เพราะอาจนำไปสู่การกระตุ้นการลงทุนเรื่องสถานีบริการ แต่ขณะเดียวกันต้องเทียบว่าถ้าราคาขยับเข้าไปใกล้กับราคาของแก๊สLPG จะมีผลหรือไม่ แต่ถ้าจะมาตั้งเงื่อนไขว่าอยากจะขึ้นราคาNGV แล้วจะมาขึ้นLPGด้วย ก็คงไม่สมเหตุสมผลเท่าไร
ด้านนายณัฐชาติ จารุจินดารองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. กล่าวว่า หากรัฐบาลมีนโยบายออกมาแบบนี้ทาง ปตท.ก็พร้อมรับฟัง แต่ก็จะหาโอกาสชี้แจงเหตุผลขอขึ้นราคาเอ็นจีวีในภายหลัง ซึ่งรัฐบาลอาจจะปฏิเสธเรื่องนี้เร็วเกินไปในทางกลับกันมีกลุ่มผู้ใช้เอ็นจีวีบางส่วน ก็สนับสนุนให้ปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีบ้าง เพื่อแลกกับการขยายปั๊มเอ็นจีวีเพิ่ม เพราะถึงอย่างไรราคาเอ็นจีวีก็ถูกกว่าน้ำมันอยู่แล้ว แต่การที่ตรึงราคาเอ็นจีวีไว้ ทำให้ปตท.ไม่สามารถขยายการลงทุนหรือการให้บริการเอ็นจีวีได้อย่างเต็มที่ โดยแผนการขยายปั๊มคงจะหยุดอยู่ที่ 500 แห่งก่อน จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการแล้ว 437 แห่ง







