
เขื่อนไซยะบุรี จุดเปลี่ยนชีวิตสองฝั่งโขง
บทเรียนจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง 4 แห่งในประเทศจีน ที่ส่งผลกระทบ ทั้งน้ำท่วมน้ำแห้งขอด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บทเรียนจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง 4 แห่งในประเทศจีน ที่ส่งผลกระทบ ทั้งน้ำท่วมน้ำแห้งขอด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
บทเรียนจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง 4 แห่งในประเทศจีน ที่ส่งผลกระทบ ทั้งน้ำท่วมน้ำแห้งขอด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงประกอบด้วยเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี วิตกต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในพื้นที่แขวงไซยะบุรี ประเทศลาวอย่างมาก เพราะใกล้ชิดกับประเทศไทย
ผลกระทบสำคัญซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีคือ การปิดกั้นเส้นทางอพยพของปลาโดยเฉพาะปลาบึก การทำลายระบบนิเวศทั้งระบบของแม่น้ำโขง การสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมริมฝั่งโขง ซึ่งจะกลายเป็นภาพใหญ่ในผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ อันเป็นการทำลายวิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงโดยตรง
โครงการดังกล่าวมีบริษัท ช.การช่าง ของไทย เป็นผู้พัฒนาโครงการ ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก 4 ธนาคารของไทย ขณะที่ผู้รับซื้อไฟฟ้าเกือบทั้งหมดคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตประธานอนุกรรมาธิการแม่น้ำโขง วุฒิสภา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่อยู่ๆ แม่น้ำโขงจะมีแท่งปูน 20 แท่งมาแบ่งแม่น้ำโขงเป็น 40 ท่อน ทั้งๆ ที่แม่น้ำแห่งนี้เป็นของคน 6 ประเทศ
“ตลอด 2 ปีที่ผมเป็นอนุกรรมการศึกษาคุณค่าแม่น้ำโขง ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซีจัดประชุม 3 ครั้ง ผมไปร่วมทุกครั้ง เอ็มอาร์ซีทำรายงานระบุว่าจะเกิดผลกระทบมหาศาล เศรษฐกิจแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงคน 60 ล้านคนจะพังพินาศไปด้วย”
นายประสาร กล่าวว่า เอ็มอาร์ซีได้เสนอ 4 ทางเลือกคือ 1.ไม่สร้างเลย 2.ชะลอไปก่อน 3.เลือกทำบางโครงการ 4.ทำตามความต้องการของตลาดคือสร้างหมดทุกเขื่อน ซึ่งไทยยืนยันว่าไม่ยอมให้สร้างแม้แต่เขื่อนเดียว บริษัท ช.การช่าง ผู้ได้สัมปทานโครงการดังกล่าวอยู่ในที่ประชุมด้วยได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ในที่สุดเอ็มอาร์ซีมีมติให้ชะลอการสร้างเขื่อนไปอีก 10 ปี เพราะแม่น้ำโขงเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แม้เอ็มอาร์ซีจะมีมติออกมาแล้ว แต่ทางการลาวกลับออกมติเมื่อ 14 ก.พ.ว่า ลาวจะสร้างโครงการนี้ โดยอ้างว่าเป็นการออกแบบบนพื้นฐานเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ไม่มีมลพิษหรืออ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน และก่อให้เกิดผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อสิ่งแวดล้อม
“ผมเชื่อว่าขณะนี้ทั้งคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคงนอนไม่หลับ เพราะลาวเล่นไม่ฟังเพื่อนเลย ในเมื่อเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากรัฐบาลยังเดินหน้ายอมให้ กฟผ.ซื้อไฟก็ให้มันรู้ไป เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน และขณะนี้ถูกยกระดับเป็นปัญหาสากลแล้ว” นายประสาร กล่าว
ขณะที่กระแสต้านก่อตัว แต่การดำเนินการกลับเร่งรัดคืบหน้าไปก่อนแล้ว หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการ เปิดเผยว่า แม้เอ็มอาร์ซีจะนัดประชุมเพื่อตัดสินเรื่องเขื่อนไซยะบุรีในวันที่ 19 เม.ย.นี้ แต่ก็มีการก่อสร้างไปแล้วบางส่วน ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ข้ามขั้นตอนและข้อตกลง
และเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนการประชุมเอ็มอาร์ซีเพียง 1 วัน เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ก็ได้รวมตัวยื่นหนังสือถึงรัฐบาลไทย เรียกร้องให้ยกเลิกแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนไซยะบุรีของ กฟผ. และให้เลื่อนการให้ความเห็นชอบต่อการสร้างเขื่อนไซยะบุรีของเอ็มอาร์ซีออกไป เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและชัดเจน
ขณะเดียวกันก็ได้เคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือถึงรัฐบาลลาว ผ่านสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อสถานทูตลาวปิดประตูมิดชิด และไม่ยอมส่งตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่มารับหนังสือ หรือพบกับเครือข่ายชาวบ้านแต่อย่างใด คงมีเพียงกัมปนาทของกลองสะบัดชัย ที่อาจทำให้ตัวแทนรัฐบาลลาวได้เข้าใจบ้างว่า ชาวบ้านไม่ยอมรับโครงการที่อาจส่งผลกระทบโครงการนี้
และในวันที่ 19 เม.ย. พวกเขานัดกันว่าจะเดินทางไปยังบริษัท ช.การช่าง เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนที่จะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขง พร้อมกับต้องจับตามติที่ประชุมเอ็มอาร์ซี เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตผู้คนนับสิบล้านคนริมสองฝั่งโขง







