posttoday
ผ่าสเปก CCTV ตาทิพย์พันล้านจับเงาโจร

ผ่าสเปก CCTV ตาทิพย์พันล้านจับเงาโจร

05 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวกทม.

กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯ วันนี้กลายเป็นพื้นที่ “อันตราย” ไปแล้วสำหรับคนเมือง แม้กระทั่งบ้านนายกรัฐมนตรียังโดนมือดีปาอุจจาระใส่

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า กล้องอิเล็กทรอนิกส์วงจรปิด หรือ “กล้องซีซีทีวี” ที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆ ไร้ประโยชน์ เพราะหลังเกิดเหตุร้ายเจ้าหน้าที่มักพบว่า กล้องชำรุด ภาพไม่ชัด ย้อนดูภาพไม่ได้ แสงไม่พอ ฯลฯ ไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานคนร้ายได้เลย

...แล้วชาวบ้านตาดำๆ จะอุ่นใจได้อย่างไร?

การติดตามจับกุมคนร้ายจึงต้องพึ่งพากล้องของเอกชนที่มีคุณภาพสูงและเป็นหลักฐานชั้นดีในการช่วยคลี่คลายคดี ไม่ว่าจะเป็นกล้องหน้าธนาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าทองตู้เอทีเอ็ม ร้านสะดวกซื้อ

ภายในเดือนธ.ค.ปีนี้ กทม.ตั้งเป้าติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ได้ถึง 17,369 กล้อง และภายในปีงบประมาณ 2554 ตั้งเป้าติดตั้งให้ครบ 2 หมื่นตัว เพื่อหวังบันทึกภาพเหตุการณ์ร้ายที่อาจเกิดขึ้น

กล้องที่ว่าสามารถบันทึกข้อมูลได้ 30 วัน และมีศูนย์ควบคุมสั่งการกล้องวงจรปิดอยู่ที่ศาลาว่าการกทม. และมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง

กล้องรุ่นนี้ 95% ใช้เพื่อตรวจสอบสภาพการจราจร โดยในอนาคตอันใกล้นี้เตรียมจะติดตั้งให้ครอบคลุมจุดเสี่ยงในพื้นที่กทม. ที่มีมากถึง 5,365 แห่ง โดยอยู่ระหว่างจัดซื้อกว่า 1,000 ล้านบาท

แต่คำถามก็คือ กล้องมูลค่านับพันล้านจะมีประสิทธิภาพสมราคาแค่ไหน?

ปิยะ (สงวนนามสกุล) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทีวีวงจรปิด อธิบายว่า ระบบซีซีทีวีเป็นการส่งสัญญาณภาพจากกล้องที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ มายังจอมอนิเตอร์ ประกอบด้วยกล้อง เลนส์ เครื่องเลือก/สลับภาพ จอภาพ เครื่องบันทึกภาพ อุปกรณ์เสริม ระบบการควบคุม และอื่นๆ

กล้องที่นิยมใช้ในปัจจุบันพอจะแบ่งเกรดตัวรับภาพของกล้องวงจรปิดได้ 2 แบบ แบกแรกคือ ซีมอส (CMOS) ราคาถูก คุณภาพต่ำและอีกแบบที่ดีกว่าคือ ซีซีดี (CCD) คุณภาพปานกลางสูง

ปิยะ บอกว่า คุณภาพของตัวกล้องก็มีส่วนสำคัญ ส่วนจะเลือกใช้แบบภาพสีหรือขาวดำ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้และสถานที่ เช่น กล้องสีควรใช้งานกับซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ต หรือร้านทอง เพราะสามารถแยกแยะรายละเอียดได้ดี ส่วนกล้องขาวดำเป็นกล้องที่ใช้แสงในการรับภาพต่ำมาก ใช้ได้ดีเวลากลางคืน เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า เคาน์เตอร์เก็บเงินลานจอดรถ ปั๊มน้ำมัน เน้นงานรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก

ทุกวันนี้กล้องที่นิยมใช้ในหน่วยราชการส่วนใหญ่มักไม่ต่างกันนัก โดยมักเน้นกล้องที่ใช้ได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน หรือ Day Night มีชุดรับสัญญาณภาพเป็นชนิด CCD มีขนาดไม่เล็กกว่า 1/3 นิ้ว ความละเอียดของภาพไม่น้อยกว่า 752x582 พิกเซล มีความเร็วในการจับภาพ ปรับได้ตั้งแต่ 1/50 ถึง 1/10,000 วินาทีหรือดีกว่า หากได้สเปกระดับนี้ก็ถือว่าใช้งานในขั้นดีแล้ว

เมื่อเทียบชั้นแต่ละยี่ห้อ ปิยะ บอกว่า สินค้าจากญี่ปุ่นและไต้หวันมีคุณภาพเหนือชั้นกว่ากล้องจากจีนที่ราคาถูก สินค้าไม่มีคุณภาพอายุการใช้งานสั้น 3 เดือนถึง 2 ปี

ปัญหาสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ เครื่องบันทึกภาพระบบดิจิตอล มาตรฐานคือขนาด 16 ช่อง รับสัญญาณจากกล้องได้ 16 ตัว ต้องสามารถสลับภาพพร้อมกันได้ โดยไม่มีข้อมูลสูญหาย ต้องแสดงการแบ่งหน้าจอแบบ 1 ภาพ 4 ภาพ 9 ภาพ และ 16 ภาพ แสดงภาพได้ไม่น้อยกว่า 25 ภาพต่อวินาที

เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติพื้นฐานในมุมมองของผู้สันทัดกรณีแล้ว เครื่องมือในมือหน่วยราชการทั้งตำรวจ ทหาร และกทม. ขณะนี้ถือว่าเยี่ยมยอดไม่แพ้ใครในโลก

ทว่าเมื่อต้องใช้งานจริงกลับ “สอบตก” อย่างไม่น่าให้อภัย ซึ่งต้องตรวจสอบกันว่าจุดบกพร่องอยู่ที่ “อุปกรณ์” หรือ “ผู้ใช้งาน”กันแน่

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน