
ความจริงจะนำไปสู่ความสมานฉันท์
1ปีผ่านไป นับว่าเป็นเวลานานพอสมควรที่ความจริง
1ปีผ่านไป นับว่าเป็นเวลานานพอสมควรที่ความจริง
โดย..ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์
เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อจลาจลและการเผาบ้านเผาเมือง เมื่อเดือน มี.ค.–พ.ค. 2553 ได้ทยอยออกมาเป็นระยะ โดยมีการพิสูจน์ทราบจากพยานบุคคล เอกสาร วัตถุ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ที่ผู้สื่อข่าวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งนักข่าวภาคประชาชนถ่ายไว้ พยานหลักฐานจากผู้ร่วมก่อการจลาจลที่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้ ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรู้เบื้องหลังของเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ซึ่งสื่อมวลชนได้ทยอยรายงาน จนมองเห็นภาพได้ว่า อะไรคือของจริง อะไรคือของปลอม
หนังสือเรื่อง “ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก” ที่เรียบเรียงจากปากคำของ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พิมพ์ออกมาน้อยไปหรือเปล่า เพราะมีคนไปหาซื้อไม่ค่อยได้ คุณสุเทพควรสั่งพิมพ์ครั้งที่ 2 เพิ่มอีกหลายแสนเล่ม เพราะราคาเพียงเล่มละ 80 บาท ถือว่าไม่แพงเกินไป คนทั่วไปพอซื้อได้ และคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับเนื้อหาข้างใน ซึ่งลำดับเหตุการณ์และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ สั้น กะทัดรัด อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีรูปภาพประกอบอย่างน่าสนใจ ไม่ยาวเกินไป
นอกจากขายหนังสือแล้ว คุณสุเทพควรแจกฟรีด้วย เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนไทยทั่วประเทศได้รู้ความจริงของเหตุการณ์ก่อการจลาจลทั้งในปี 2552 และ 2553 นอกจากนั้น คุณสุเทพควรเร่งผลิตดีวีดีและวีซีดีอย่างน้อย 1 ล้านแผ่นแนบมากับปกหลังของหนังสือ และแจกให้คนทั่วประเทศเอาไปเปิดดูเพื่อจะรู้ว่าความจริงคืออะไร และควรออกฟรีทีวีด้วย
หลังเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ถ้าจำไม่ผิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เคยพูดว่า จะรวบรวมข้อเท็จจริงทำเป็นแผ่นซีวีดีแจกประชาชน ตอบโต้คำกล่าวหาของกลุ่มเสื้อแดง แต่จนถึงขณะนี้เรายังไม่เคยเห็นแผ่นวีซีดีที่ว่านั้นเลย ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องต่อ ผบ.ทบ. และ ผอ.กอ.รมน. ให้ผลิตวีซีดีแสดงหลักฐานต่างๆ ที่เคยนำเสนอผ่านทางโทรทัศน์ต่อประชาชนหลังเกิดเหตุการณ์จลาจล แจกจ่ายให้ประชาชนได้รับทราบ หรือทำหนังสือขายแบบที่คุณสุเทพทำก็ได้
กองทัพบก และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ไม่ควรไปหลงเชื่อคนบางคน ที่อ้างว่า หากเผยแพร่ข้อมูลออกไปแล้วจะกระทบต่อการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งท่านก็เห็นแล้วว่า ใน 1 ปีที่ผ่านมา อีกฝ่ายหนึ่งมีความจริงใจที่จะปรองดองสมานฉันท์เพียงใด คนที่ค้านรู้ดีว่า หากกองทัพบกทำแผ่นดีวีดี หรือซีวีดีเผยแพร่ออกไป กลุ่มผู้ก่อการจลาจลจะถูกประชาชนประณามอย่างแน่นอน
หากกองทัพบกต้องการให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ กองทัพต้องให้ความจริงแก่ประชาชน เพื่อประชาชนจะได้มี “ความรู้” และก่อให้เกิด “ปัญญา” ที่แยกแยะได้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด ความรู้และปัญญาจะนำไปสู่ความปรองดอง สมานฉันท์ในที่สุด การที่ไม่ยอมเปิดเผยความจริงให้ประชาชนได้รับรู้ และปล่อยให้ประชาชนเกิดสภาวะ “ความมืดบอดทางปัญญา” นั่นแหละเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ
การให้ “ความจริง” แก่ประชาชนจะทำให้ประชาชนไม่ถูกหลอกจากฝ่ายไม่หวังดี หรือรับรู้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน โกหกพกลม เมื่อประชาชนได้รู้ความจริงแล้ว หากพวกเขายังคิดสนับสนุนคนที่เผาบ้านเผาเมือง ก็เท่ากับแบ่งฝ่ายกันให้เห็นชัดเจน เวลาสู้กันในโอกาสต่อไปจะได้ไม่ผิดตัว
ขอสนับสนุนข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือของคุณสุเทพว่า นี่คือ “ความจริง” 1 ปีผ่านไป ความจริงได้ทยอยปรากฏต่อประชาชนชาวไทย คุณสุเทพได้นำความจริงมาเสนอและวิเคราะห์ให้เห็นภาพและแผนการของหัวหน้ากลุ่มก่อการจลาจลและก่อการร้าย ที่กำหนดพล็อตเรื่องไว้แล้วว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้อภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือด ทหารฆ่าประชาชน เพื่อนำไปฟ้องร้องต่อสังคมโลก ต่อองค์การสหประชาชาติ ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ต่อรัฐสภาอเมริกัน โดยหวังจะใช้สังคมโลกประสานกับกลุ่มก่อการร้ายในประเทศล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้
เราขอเสนอให้คุณสุเทพออกหนังสือเล่มที่ 2 โดยเร็ว เพราะหลังจากอ่านหนังสือเล่มแรกจบลง คนกระหายที่จะได้รับรู้ความจริงเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีเรื่องราวอีกมากมายหลังจากวันที่ 20 พ.ค. 2554 ที่หัวหน้าผู้ก่อการจลาจลไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ยังวางแผนก่อความวุ่นวายต่อ มีทั้งการลอบวางระเบิดตามที่ต่างๆ ก่อกวนไม่ให้บ้านเมืองสงบสุข พวกเขาได้ส่งคนไปฝึกอบรมการวางระเบิด การลอบสังหารบุคคลสำคัญในประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คุณสุเทพควรนำมาเล่าให้ประชาชนชาวไทยได้รับรู้ รวมทั้งช่วยเปิดโปง “ขบวนการล้มเจ้า” ที่เหิมเกริม ปลุกปั่นประชาชนโดยไม่เกรงกลัวต่ออาญาบ้านเมือง และไม่เกรงใจความรู้สึกของประชาชนชาวไทย เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า คนที่จาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบันสูงสุดทั้งทางตรง ทางอ้อม บนดิน และใต้ดิน ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจติดตาม จับกุม ดำเนินคดี ล้วนแต่เป็นกลุ่มเสื้อแดงทั้งสิ้น
นักวิชาการจอมปลอมกลุ่มหนึ่งพยายามยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 เรื่องการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ที่คนไทยทั่วไปไม่มีใครเดือดร้อนกับมาตรานี้ เพราะคนทั่วไปไม่เคยคิดจะทำไม่ดีต่อสถาบันสูงสุด มีเพียงคนบางคน บางกลุ่มเท่านั้นที่เดือดร้อน เพราะคิดไม่ดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นจึงต้องหาทางทำลายเครื่องมือปกป้องสถาบันให้ได้ เพราะหากไม่มีมาตรานี้ คนกลุ่มนี้จะได้จาบจ้วงสถาบันได้โดยไม่ต้องคอยหวั่นเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจากอ่านหนังสือของคุณสุเทพแล้ว คนไทยคงฮึกเหิมที่จะออกมาช่วยกันปกป้องประเทศชาติและราชบัลลังก์ ไม่ให้ใครมาทำร้ายทำลายประเทศไทย ทำร้ายจิตใจของคนไทยอีกต่อไป
“ ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก”







