
แปลกแต่จริง
สงกรานต์ปีใหม่ไทยผ่านเข้ามา
สงกรานต์ปีใหม่ไทยผ่านเข้ามา
วันเวลาผ่านพ้นไปอีกปี ยิ่งทำให้มองเห็นความแปลกแต่จริงในโลกนี้ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ทำไมมักจะซ้ำรอยอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่อยากยกตัวอย่าง คือ คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแดง กับพวกอีก 2 คน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นทัพหลัก จัดการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังคำพูดปราศรัยบนเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา
ผบ.ทบ.ให้นายทหารพระธรรมนูญนำหลักฐานเข้าแจ้งความ ตามกฎหมายที่ สน.สำราญราษฎร์ โดยตามขั้นตอนจากนี้จะมีการส่งคดีผ่านไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับจตุพรและแกนนำแดง ในข้อหาล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกเช่นกัน
นี่แหละ ถึงบอกว่า ประวัติศาสตร์กำลังเล่นตลก
หากจำกันได้ ในบรรดาแกนนำ นปช. ที่มีบทบาทช่วงปีที่ผ่านมา ก็คือ 3 เกลอ โดยหนึ่งในนั้นประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์
และวีระเคยผู้ถูกดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาแล้วเช่นกันในช่วง ปี 2528
ขณะนั้นวีระเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปปัตย์ เดินทางไปช่วยพรรคปราศรัย หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นวีระถูกแจ้งความคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการปราศรัยหาเสียง
ในระหว่างต่อสู้คดีวีระโดนกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะจากทหาร
วีระต้องไปกล่าวคำกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้มีหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น อันเป็นเหตุบรรเทาโทษ มีเหตุสมควรปรานีลดโทษให้
แต่สุดท้ายคดีดังกล่าว วีระถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี
กงล้อประวัติศาสตร์จึงทำท่าจะเคลื่อนกลับมา เพียงแต่เปลี่ยนทิศทางตรงไปที่ จตุพร โดยคงต้องให้เวลากระบวนการยุติธรรมในการตัดสิน ผิดถูก
นั่นแหละ ถึงได้บอกแล้ว โลกนี้แปลกจริงหนอ







