
ขึ้นภาษีบุหรี่ล่มปากอ่าว
ครม.มาร์คเห็นชอบแค่หลักการอ้างพิจารณาไม่ทันในสภาชุดนี้
ครม.มาร์คเห็นชอบแค่หลักการอ้างพิจารณาไม่ทันในสภาชุดนี้
ขึ้นภาษีบุหรี่ล่มปากอ่าว คลังส่งไม้ต่อให้รัฐบาลหน้าชี้ชะตาแทน
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาสูบ พ.ศ. 2493 เพื่อให้การจัดเก็บภาษีบุหรี่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น โดยแก้ไขวิธีคำนวณภาษีจากราคาหน้าโรงงาน และราคาแจ้งนำเข้าหรือราคาซีไอเอฟ รวมอากรขาเข้า มาเป็นการคำนวณภาษีจากราคาขายปลีกแทน
ารแก้ไขกฎหมายต้องเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่เป็นผู้ตัดสินใจเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของนโยบาย แต่ในส่วนของประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
รมว.คลัง กล่าวว่า การกำหนดวิธีคำนวณภาษีจากราคาขาย อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างประเทศกดราคาขายบุหรี่ลงเพื่อให้เสียภาษีน้อยลง ดังนั้นก็ต้องมีการออกกฎกระทรวง เพื่อกำหนดวิธีคำนวณภาษีขั้นต่ำ โดยใช้วิธีการคำนวณภาษีตามปริมาณ หรือการคำนวณภาษีบาทต่อมวน โดยในที่ประชุม ครม.ได้มีการถอดวาระพิจารณาเรื่องนี้ออกไปจนกว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า วิธีการคำนวณภาษีในปัจจุบันนั้นดำเนินการได้ค่อนข้างยาก ทั้งการตรวจสอบราคานำเข้าและการคำนวณภาษีต่อกรัม โดยการปรับวิธีการคำนวณภาษีจากราคาขาย และกำหนดราคาขั้นต่ำต่อมวนหรือกรัมจะทำให้การเก็บภาษีมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างบุหรี่ในประเทศกับบุหรี่ต่างประเทศเหมือนปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตราภาษีได้กำหนดไว้เบื้องต้นที่ 60% ของราคาขายปลีก ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้รัฐ เช่น ปัจจุบันบุหรี่ต่างประเทศ ราคาขายต่อซองที่ 80 บาท หากเสียภาษี แยกนอกหรือภาษีปัจจุบันคิดที่ 567% ต่อซอง จะต้องเสียภาษี 43 บาท แต่ถ้าคิดจากราคาขาย ที่ต้องเสียภาษี 60% หรือภาษีใหม่ จะเสียภาษีที่ซองละ 48 บาท
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดอัตราการเก็บภาษีต่อมวนไว้ที่ 13 บาทต่อมวน ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐว่าจะกำหนดอัตราเป็นเท่าใด โดยภาษี 1 บาทต่อมวน จะทำให้เสียภาษีต่อซองเพิ่มขึ้นอีก 20 บาท
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันกรณีบุหรี่ต่างประเทศกดราคาขายลงเพื่อหวังผลให้เสียภาษีต่ำๆ อีกทั้งกฎหมายฉบับใหม่ยังให้อำนาจอธิบดีออกประกาศราคาขายขั้นต่ำ ที่จัดเก็บกับบุหรี่แต่ละชนิดเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการแจ้งราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันกฎหมายฉบับใหม่ยังมีผลไปถึงยาเส้น ที่ปัจจุบันมีการเสียภาษีเล็กน้อย ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นเพราะกฎหมายระบุว่าให้จัดเก็บภาษี 1 บาทต่อกรัมเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันยาเส้นมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 53% ขณะที่บุหรี่อยู่ที่ 47%







