
3 กฏหมายลูกฉลุยนับถอยหลัง เลือกตั้ง
หลังการพิจารณากว่า 3 ชั่วโมง
หลังการพิจารณากว่า 3 ชั่วโมง
ในที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบในวาระที่ 3 ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่ออกมารองรับการแก้ไขปรับสูตรเลือกตั้งมาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว 375 เสียง และระบบบัญชีรายชื่อ 125 เสียง
อันได้แก่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. ด้วยคะแนน 354 เสียง ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 349 เสียง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 355 เสียง
นับเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นกับการปูทางสู่การ “ยุบสภา” ก้าวสู่การ “เลือกตั้ง” โดยเฉพาะกับสาระสำคัญของกฎหมายทั้งสามฉบับที่จะเป็นการวางกรอบ กติกา รองรับการเลือกตั้งระบบใหม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาได้ในวันที่ 11 เม.ย. และคาดว่าจะแล้วเสร็จกระบวนการภายในเดือน เม.ย. ซึ่งจะเป็นไปตามกำหนดเวลาที่วางไว้ คือจะประกาศยุบสภาได้ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. 2554
สำหรับบรรยากาศการอภิปรายร่างกฎหมายดังกล่าว สส.ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจในมาตรา 9/1 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขให้การเลือกตั้งล่วงหน้าจะต้องมาลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง
อีกทั้งยังปรับวันเลือกตั้งล่วงหน้าเหลือเพียงแค่วันเดียว จากก่อนหน้านี้ที่สามารถลงคะแนนล่วงหน้าได้ 2 วัน แบ่งเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่ต้องลงทะเบียนก่อน และการเลือกตั้งในเขตที่สามารถไปลงคะแนนได้ทันที มาเป็นจะต้องลงทะเบียนก่อนทุกกรณี
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสกัดการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายค้านได้อภิปรายว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าจะเอื้อให้เกิดการทุจริตการเลือกตั้งได้ง่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการขนคนไปลงคะแนนและการสลับสับเปลี่ยนหีบลงคะแนน
เพื่ออุดช่องโหว่นี้ ทางกรรมาธิการจึงได้ทำความเห็นเป็นข้อสังเกตแนบท้ายว่า กกต.จะต้องตรวจสอบหลักฐานเอกสารการลงทะเบียนของผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งที่มาใช้สิทธิก่อนวันเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด และพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นอย่างแท้จริงว่าสมควรอนุญาตหรือไม่ และแจ้งต่อผู้ขอใช้สิทธิโดยเร็ว
อีกทั้งต้องจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งให้จัดไว้ในสถานที่ที่มีความปลอดภัย สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา และจัดให้มีอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์หรือมาตรการอื่นร่วมในสถานที่จัดเก็บด้วย รวมทั้งประชาชนสามารถตรวจสอบได้ง่าย
การเคลื่อนย้ายหีบเลือกตั้งควรกำหนดให้มีตัวแทนพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าร่วมการสังเกตการณ์ด้วย โดยกำหนดมาตรการการมีส่วนร่วมในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของหีบบัตรให้กับพรรคการเมืองทุกพรรค
อีกประเด็นที่ สส.ยังติดใจ คือ มาตรา 6/2 ซึ่งกรรมาธิการระบุให้เปิดให้พรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการแบ่งเขตการเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งมีส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญใน พ.ร.บ. เลือกตั้ง คือการที่คณะกรรมาธิการฯ ได้แก้ไขเพิ่มเติมให้บัญชีรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องประกอบด้วยผู้สมัครจากภูมิภาคต่างๆ อย่างเป็นธรรม และต้องคำนึงถึงโอกาส สัดส่วนที่เหมาะสมเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย
ทั้งนี้ นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ได้มอบให้ กกต.จังหวัดไปแบ่งเขตเลือกตั้ง และติดประกาศที่ตัวจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ตรวจสอบจากสาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงวันที่ 18-19 เม.ย. ส่วนการจะประกาศเขตเลือกตั้งได้น่าจะเป็นช่วงหลังจากมีการประกาศยุบสภาแล้ว หรือมีกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว







