
ดีเอสไอสอบ 3 โรงพยาบาลทุจริตยา
ดีเอสไอ เผยตรวจพบข้อมูลค่ารักษาพยาบาลครอบครัวข้าราชการในระบบจ่ายตรงของโรงพยาบาล 3 แห่งไม่ถูกต้องหลายประการ
ดีเอสไอ เผยตรวจพบข้อมูลค่ารักษาพยาบาลครอบครัวข้าราชการในระบบจ่ายตรงของโรงพยาบาล 3 แห่งไม่ถูกต้องหลายประการ
นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบกรณี กรมบัญชีกลางตรวจพบข้อมูลค่ารักษาพยาบาลครอบครัวข้าราชการในระบบจ่ายตรงของโรงพยาบาลหลายแห่งไม่ถูกต้องหลายประการ
นายสรรเสริญ กล่าวว่า กรมบัญชีกลางตรวจพบข้อมูลค่ารักษาพยาบาลครอบครัวข้าราชการในระบบจ่ายตรงของโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ 1.โรงพยาบาลค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร , 2.โรงพยาบาลเรณูนคร จังหวัดนครพนม และ 3.โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเรียกเก็บจากกรมบัญชีกลางไม่ถูกต้องหลายประการ
ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง , เอกสารเวชทะเบียน (OPD Card) และ OPD Visit ในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า มีข้อบกพร่องใน 2 โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลเรณูนคร จังหวัดนครพนม และ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผู้ป่วยซึ่งมีโรคประจำตัวและต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องสามารถมอบหมายให้ผู้อื่นมารับยาแทนได้ โดยไม่มีการบันทึกการตรวจรักษาในเวชระเบียนและ ทั้งผู้ป่วยหรือผู้รับยาแทนก็ไม่ต้องลงลายมือชื่อรับยาและรับทราบราคายาแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่มีระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติที่กำหนดในเรื่องนี้ไว้ และบางกรณีที่ตรวจพบผู้ป่วยบางรายตามหลักฐานเวชระเบียนปฏิเสธว่าไม่เคยได้รับยาที่ปรากฏตามหลักฐานการจ่ายยา ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้อาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตหรือการสวมสิทธิขึ้นได้ ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้แจ้งข้อมูลให้กรมบัญชีกลางและกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันพิจารณาวางแนวทางในเรื่องนี้แล้ว
นอกจากนี้ยังพบว่าบุคลากรโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ได้มีการสั่งซื้อยานอกบัญชียาหลักจำนวนมาก เช่น สั่งซื้อยา ROSUVASTATIN (Cress หรือยาลดไขมัน) ยอดสั่งซื้อประมาณ 73 ล้านบาท หรือ สั่งซื้อยา ESOMEPRAZOLE (NEXIUM หรือยาลดการหลั่งกรด) ยอดสั่งซื้อรวม 51 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งดีเอสไอ จะสืบสวนขยายผลในประเด็นนี้ต่อไป







