
คนลุ่มน้ำโขงต้านเขื่อไซยะบุรี
ชาวบ้านน้ำโขง 7 จังหวัดอีสานรวมตัวต่อต้านเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว หวั่นส่งผลกระทบต่อคนคนลุ่มน้ำโขงตลอดทั้งสายน้ำ
ชาวบ้านน้ำโขง 7 จังหวัดอีสานรวมตัวต่อต้านเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว หวั่นส่งผลกระทบต่อคนคนลุ่มน้ำโขงตลอดทั้งสายน้ำ
เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน กว่า 400 คน รวมตัวกันหน้าวัดหาปทุม เขตเทศบาลเมือง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย จัดเวทีเสวนาและแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขง ซึ่งตั้งอยู่ในแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ห่างจากพรมแดนไทยที่อ.เชียงคาน จ.เลย ประมาณ 200 กิโลเมตร โดยจะผลิตไฟฟ้า 1,260 เมกะวัตต์ และ 95% ของไฟฟ้าผลิตเพื่อส่งขายมายังประเทศไทย
นายนิวัต ร้อยแก้ว เครือข่ายรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ขณะเครือข่ายฯกำลังรวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับเขื่อน โดยในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ภาคประชาชนลุ่มน้ำโขงจากทุกจังหวัดจะนำรายชื่อกว่า 2 หมื่นรายชื่อไปยื่นกับนายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลระงับการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี และภาคประชาชนไทยคัดค้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีที่จะส่งผลกระทบ กับคนลุ่มน้ำโขงตลอดทั้งสายน้ำ ตอนนี้ในพื้นที่สร้างเขื่อนไซยะบุรีมีการเร่งสร้างโดยระเบิดหิน และนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปทำงาน นี่สะท้อนให้เห็นว่าการเร่งสร้างเขื่อนไซยะบุรีเป็นการกระทำที่ ไม่ชอบมาพากล ทั้งที่กระบวนการต่างๆ ร่วมในประเทศลุ่มน้ำโขงยังไม่เห็นชอบด้วย
นายมนัส ปานขาว ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ธนาคารไทยทั้ง 4 แห่งที่ให้กู้เงินสร้างเขื่อนทบทวนการให้กู้เงินครั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ ช.การช่าง ที่เป็นบริษัทไทยหยุดการก่อสร้างและยุติโครงการ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการลงนามกับรัฐบาลลาวในการซื้อ ไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี และสุดท้ายขอเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นปากเป็นเสียงทำหน้าที่ปกป้อง สิทธิของพลเมืองไทยและพลเมืองลุ่มน้ำโขงที่จะได้รับผลกระทบจากการ สร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการจัดการน้ำ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งท่าทีของรัฐบาลเวียดนาม เขมรมีความชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มีการสร้างเขื่อนไซยะบุรี แต่ท่าทีรัฐบาลไทยโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะไม่นำความเห็นของภาคประชาชนที่เสนอในที่ประชุมการรับฟังความคิดเห็นที่จัด ขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง คือทุกเวทีไม่ต้องการให้มีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนอื่นใน ลุ่มน้ำโขง เพราะผลกระทบตอนนี้จาก 4 เขื่อนในจีนมีปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้ว รวมถึงการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำสาขามีมากพอแล้ว แต่ละประเทศจึงไม่สมควรมายุ่งเกี่ยวกับแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำโขง ที่สำคัญคือการรับซื้อกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบรีที่รัฐบาลไทยจะ ไปลงนามในครั้งนี้ไม่มีความจำเป็นเพราะไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนา พลังงานของประเทศไทย อีกทั้งการสร้างเขื่อนไซยะบุรีไม่มีการเปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมให้กับแต่ละประเทศได้รับทราบ







