
ตร.ปัดตั้งด่านถี่ไม่เกี่ยวทำยอดใบสั่ง
รองผบช.น. แจง ตำรวจตั้งด่านกวดขันจับกุมวินัยจราจรทั่งกรุง ไม่เกี่ยวตั้งเป้าออกใบสั่ง ยืนยันยอดเฉลี่ยยังอยู่ในเกณฑ์ข้อกำหนด พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่าท้อแท้
รองผบช.น. แจง ตำรวจตั้งด่านกวดขันจับกุมวินัยจราจรทั่งกรุง ไม่เกี่ยวตั้งเป้าออกใบสั่ง ยืนยันยอดเฉลี่ยยังอยู่ในเกณฑ์ข้อกำหนด พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่าท้อแท้
พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.)กำกับดูแลงานด้านการจราจร กล่าวถึงการกวดขันจับกุมผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดกฎจราจรว่า เป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรไม่ให้ติดขัดได้โดยเฉพาะกรณีความผิดจอดในที่ห้ามจอดทำให้เสียพื้นที่ผิวการจราจรไปโดยปริยายรวมถึงการเปลี่ยนช่องทางจราจรในพื้นที่คับขัน การขับขี่รถเร็วกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดก็ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ทำให้ผู้ขับขี่มีวันัยมากขึ้น อีกทั้งการตั้งด่านตรวจจับวินัยจราจรนั้นยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมด้วยโดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่จนถึงช่วงเทสกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวยืนยันว่า การตั้งด่านตรวจเข้มวินัยจราจรนั้นเป็นนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นการตั้งเป้าออกใบสั่งเพื่อหวังส่วนแบ่งเงินรางวัลค่าปรับตามที่มีสื่อเสนอข่าวในทางลบแต่อย่างใด เรื่องนี้ยืนยันชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่เคยมีการตั้งเป้าจับกุม แต่กำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจังจริง เพื่อลดอุบัติเหตุป้องปรามเหตุอาชญากรรมและแก้ปัญหารถ ส่วนเงินส่วนแบ่งค่าปรับนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในภาคสนามจะได้รับอยู่แล้วเฉลี่ยคนละประมาณ 4,300 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติใน สน.หรือเรียกว่าผู้สนับสนุนได้ค่าเฉลี่ยประมาณ 3,100 บาทต่อคนต่อเดือน
พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวอีกว่า จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า พื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 มียอดค่าเฉลี่ยส่วนแบ่งค่าปรับมากที่สุด ผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ 7,600 บาท ผู้สนับสนุนได้ 5,000 บาท ขณะที่พื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้ส่วนแบ่งค่าปรับน้อยที่สุดเฉลี่ยที่ 2,600 บาท ผู้สนับสนุนได้ 2,400 บาท ยังคงอยู่ในหลักเกณฑ์ปกติที่ไม่สูงเกินกว่าอัตราข้อกำหนดส่วนแบ่งค่าปรับที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสามารถรับได้สูงสุด 10,000 บาท
"ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำสั่งการเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติโดยตลอดให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ไม่ได้มีการตั้งเป้าใดๆ ซึ่งได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดไปว่า ให้ตั้งใจทำงานให้ดีหากเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วก็ไม่ต้องท้อแท้หรือหมดกำลังใจหวั่นไหวไปตามข่าวที่ออกมา"รอง ผบช.น.กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด







